The Mekong Butterfly จับเข่าคุยสบาย ๆ ในเรื่องซีเรียส ด้วย 3 คำถามสำคัญ (ปัญหา สาเหตุของปัญหา และวิธีการตั้งรับปรับตัวในสถานการณ์ปัจจุบัน) กับ 6 ลูกน้ำโขง จาก 6 พื้นที่ริมโขง ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันผวนของแม่น้ำโขงมาตลอดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งภัยพิบัติอุทกภัย ระดับน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ อันมีต้นตอจากสิ่งที่เห็นตรงกันว่า เขื่อน บนแม่น้ำโขงสายหลักและลำน้ำสาขาคือคำตอบของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมเผยให้เห็น “ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน (hidden cost)” จากการทำงานของเขื่อนบนแม่น้ำโขง ที่ “คนข้างบน” ควบคุมได้แต่ “คนข้างล่าง” ไม่อาจควบคุม ส่งผลให้องค์ความรู้ที่มีอยู่ของลูกน้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ศึกษาจากธรรมชาติของแม่น้ำโขง กลับกลายมาเป็นศึกษาจากการทำงานของเขื่อนเพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อันนำไปสู่การตั้งรับ/ปรับตัวในแง่มุมต่าง ๆ

51746126_534414600401002_8566616656204267520_n

สอน จำปาดอก  บ้านสำโรง หมู่ 5 อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี

ปัญหา/ความผิดปกติของแม่น้ำโขงในขณะนี้

“สิ่งที่ผิดปกติในตอนนี้คือ น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ ช่วงนี้หน้าแล้ง แต่น้ำขึ้น ทำให้เกษตรริมโขงได้รับผลกระทบ พืชที่ได้รับผลกระทบก็พวกมันแกว ถั่วลิสง ถั่วดิน ข้าวโพด คนมีมากก็ปลูกมาก มีน้อยก็ปลูกน้อย พอได้กินแล้วขาย แต่ตอนนี้ปลูกริมน้ำไม่ได้ มีผลกระทบมาก ยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยว ปลูกไปสักพักน้ำก็ขึ้นมาท่วม”

“ส่วนเรื่องการประมง ปกติช่วงนี้น้ำจะลด แต่แม่น้ำโขงมันขึ้นลงผิดปกติ ปลาตามห้วยและปลาวัง หลงน้ำ ปลามันงงว่าสรุปน้ำจะขึ้นหรือลง เกิดอาการปลาชะงัก หลงน้ำ หลงฤดูกาล”
“พอวางมอง (เครื่องมือประมงซึ่งเป็นข่ายดักปลา) อยู่ในน้ำโขงเมื่อน้ำโขงมาเร็วและแรงมันก็หลุด ขาด ปลิวไปกับน้ำ ปลาที่มีตามฤดูกาล เช่น ปลาข่อย ปลาเขี้ยวไก้ ปลารากก้วย ปลาสะอี ปลาปาก ปลาเปลี่ยน จะมาช่วงหน้าแล้ง ช่วงนี้ปกติคนจะมาหาปลาเยอะมาก แต่ตอนนี้ปลาตามฤดูกาลมีน้อยลง ทำให้คนหาปลาก็น้อยลงตามไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาหาหลายรอบหลายวันกว่าจะหาได้ ตอนนี้น้ำขึ้นลงผิดปกติ ปลาก็ไม่เข้าลวง เพราะบางทีน้ำก็ใส บางทีน้ำก็ขุ่น ปลาก็ชะงัก ไม่ยอมเข้าลวง”

สาเหตุที่ทำให้น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ 

“สาเหตุหลักก็คือเขื่อน เขื่อนเต็ม ๆ เลย แต่ก่อนไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว มั่นใจเลยว่าเป็นเพราะเขื่อน 100%”

วิธีแก้ปัญหาและการตั้งรับปรับตัว

“เรื่องแก้ปัญหานี่มันแก้ไม่ได้ น้ำขึ้นลงผิดปกติจนแก้ปัญหาไม่ได้ ปลูกพืชผักไว้ริมโขงก็ต้องมานั่งเฝ้า คอยดูตลอดว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ เป็นไปได้ก็อยากให้น้ำโขงขึ้นลงตามปกติ ตามฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงนี้ก็อยากให้น้ำโขงมันลงตามปกติ ปัจจุบัน วิธีแก้ก็คือ ถ้าปลูกพืชก็จะปลูกขึ้นมาบนฝั่งมากขึ้น ปลูกพวกไม้ยืนต้นอย่างผลไม้ เช่น มะขาม ยาง บางคนหันไปรับจ้าง บางคนหันไปทำสวนมัน จริง ๆ ก็อยากจะปลูกริมน้ำเหมือนเดิม แต่มันเสี่ยงเกินไป เป็นไปได้ถ้าเกิดผลกระทบแบบนี้ก็อยากให้มีการชดเชยเยียวยาจากรัฐบาลบ้าง”

“จริง ๆ พืชริมโขงนี่ถือว่าเป็นพืชธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี เพราะดินแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องดูแลอะไรมาก พืชผักมันก็โตของมันเอง ดังนั้น พืชริมโขงจึงถือว่าเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญมาก เราปลูกแบบนี้มาแต่บรรพบุรุษ”

“ส่วนเรื่องหาปลา เราก็ยังทำไปเรื่อย ๆ เสี่ยงเอา ไม่มีแผนปรับตัวอะไรมาก แต่ตอนนี้ในหมู่บ้านสำโรงก็มีโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในบุ่งขึ้นมา เพื่อให้ลูกหลานเราช่วยกันดูแล โดยการเอาปลามาปล่อยช่วงหน้าแล้ง รอให้ปลาในบุ่งขยายพันธุ์และมีจำนวนเพิ่มขึ้น พอถึงช่วงหน้าฝน ปลาในบุ่งที่อนุรักษ์ไว้ก็จะถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ”

51879011_534414520401010_2070353890859024384_n

นิชล ผลจันทร์  ตำบลบุ่งคล้า อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ

ปัญหาผลกระทบแม่น้ำโขงในขณะนี้ที่บุ่งคล้าได้ประสบ

“ปัญหาที่เห็นชัด ๆ ในช่วง 4 – 5 ปี ส่วนหนึ่งคือเรื่องน้ำประปา ระดับน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ เริ่มถี่ขึ้น ซึ่งเดิมปีละครั้งสองครั้ง แต่ในระยะหลังน้ำขึ้นลงผิดปกติเดือนละครั้งถึงสองครั้ง ผลกระทบที่เห็นชัดคือประปาของโรงพยาบาล ต้องย้ายสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง ห่างกันประมาณเกือบกิโล เพื่อหนีน้ำ พอระบบน้ำเปลี่ยนแปลง หาดทรายก็เปลี่ยนไปด้วย หาดทรายที่เคยมีอยู่เดิมก็จะเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นผลกระทบได้ชัด พอน้ำขึ้น เจ้าหน้าที่จะต้องย้ายประปาขึ้นมา พอน้ำลงก็ต้องเลื่อนลงไปอีก ในการแก้ไขส่วนหนึ่ง โรงพยาบาลต้องย้ายแพลงไปข้างล่างตรงน้ำลึก ใช้งบประมาณเกือบล้าน ต้องขอบริจาค ขอก็ไม่ทันการ ขอบริจาคจากพระบ้าง ชุมชนบ้าง ซึ่งนี่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า”

“ในส่วนของการเกษตรริมโขงนั้นได้รับผลกระทบชัดเจน หน้าแล้งจะเห็นชัด น้ำโขงขึ้นลงประมาณหนึ่งเดือน ต้นเดือนที่ผ่านมามีผลกระทบ คือ พืชผักริมโขงบางส่วนใกล้โตเต็มที่ ออกดอกออกผลเต็มที่ ชาวบ้านพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว แต่น้ำโขงดันไหลเข้าท่วมเสียก่อน ก็เลยต้องรีบเก็บผลผลิต ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายมาก ชาวบ้านมีวิธีปรับตัวโดยปลูกพืชห่างจากฝั่ง ปลูกตรงเนิน ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านจะปลูกใกล้ฝั่ง เพราะปกติช่วงหน้าแล้งน้ำจะลดลงเรื่อย ๆ แต่บางคนก็เลิกปลูกไปเลย เพราะได้รับผลกระทบหนัก”

“ในเรื่องของการประมง ได้รับผลกระทบชัดเจนมาก ชาวบ้านหาปลาได้ยากขึ้น จากเดิมที่เคยหาปลาเที่ยวหนึ่งแล้วได้ปลาเลย ทุกวันนี้สองสามเที่ยวถึงจะได้ก็ได้เท่าเดิม ก็คือได้ปลาลดลง และทุกวันนี้คนที่ปะกอบอาชีพประมงริมโขงก็จำนวนลดลง หันไปประกอบอาชีพอื่น ๆ แต่เดิมบรรพบุรุษหาปลาเลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ทำงานทำการ ทุกวันนี้พึ่งพาน้ำโขงไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนอาชีพ บางคนก็ไปกรีดยาง บางคนก็ไปรับจ้างในต่างจังหวัด ในพื้นที่กรีดยางก็ดีแต่ราคายางก็ตก แต่จำเป็นต้องทำ แต่ก็ยังดีกว่าไปรับจ้างข้างนอก แต่เดิมอาชีพประมงสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ มีรายได้ นับได้ว่าประมงเป็นรายได้หลักของคนริมโขง เพราะการทำเกษตรจะทำตามฤดูกาล แต่ประมงสามารถทำได้ตลอดทั้งปี ถือว่ารายได้ดี ทุกวันนี้หวังพึ่งไม่ได้แล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด”

สาเหตุหลักของปัญหาที่เกิดขึ้น

“เขื่อน ทุกวันนี้พี่น้องในพื้นที่เริ่มรู้แล้ว ส่วนหนึ่งเมื่อก่อนไม่ค่อยทราบแน่ชัด แต่เมื่อมีการจัดเวทีสร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานอย่างสภาองค์กรชุมชน อบต. และชุมชนร่วมกัน พี่น้องก็เลยเข้าใจว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากเขื่อนแน่นอน ทั้งเขื่อนในลาวและจีน”

การรับรู้ข่าวคราวการมาของน้ำโขงที่เพิ่มระดับสูงขึ้นของชุมชน

“ช่วงหลังหน่วยงานระดับจังหวัดเริ่มแจ้งข่าวการมาของน้ำจากเขื่อนบ้างแล้ว เมื่อก่อนไม่มีการแจ้ง แต่ภาคประชาชนเราขับเคลื่อนเป็นเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงมาก่อนแล้ว เราก็จะมีการแจ้งผ่านสื่อว่าน้ำจากเชียงของมาแล้ว พอมาถึงเมืองเลย หรือเมืองริมโขงต่าง ๆ เราก็จะรู้และช่วยกันแจ้ง แต่ในส่วนนี้เกิดจากการทำงานของภาคประชาชนทำกันเอง ไม่เกี่ยวกับภาครัฐ เราใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ ให้เป็นประโยชน์ในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร พี่น้องในพื้นที่ที่เป็นเครือข่ายจะแจ้งข่าวให้พี่น้องที่อยู่ในเครือข่ายได้รับรู้รับทราบ ช่วงหลังมานี้หน่วยงานรัฐเริ่มตื่นตัวแล้ว รัฐช้ากว่าภาคประชาชนมาก แล้วยิ่งข้อมูลของภาครัฐเองก็ไม่เปิดเผยตรง ๆ ว่ามวลน้ำมาจากเขื่อน เขาไม่กล้าพูด ยิ่งช่วงที่ผ่านมาชัดเจนมาก น้ำโขงท่วมยาวนานที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และมวลน้ำเยอะมาก ท่วมถึงสามรอบ เพราะนอกจากพายุแล้ว น้ำโขงที่มาจากเขื่อนก็หนุนหนัก ซึ่งเห็นชัดเจนว่าเป็นผลกระทบจากเขื่อน เพราะน้ำจากคูต่าง ๆ ไหลลงไปในแม่น้ำโขง แต่ลงไปไม่ได้ เพราะแม่น้ำโขงหนุนกลับเข้ามา”

“ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือการชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติอุทกภัยที่ผ่านมา ในจังหวัดบึงกาฬต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แล้วพื้นที่ที่นำเสนอไปยังส่วนกลางไม่ตรงกับข้อมูล และต้องรอประกาศภัยพิบัติ ทีนี้การสำรวจการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติก็ล่าช้าตามไปด้วย หน่วยงานต่าง ๆ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ข้อมูลไม่ตรงกัน เวลาชาวบ้านรายงาน หน่วยงานรัฐลงไปเก็บข้อมูล 3 – 4 ครั้งจึงจะเรียบร้อย หน่วยงานหนึ่งบอกเอาอย่างนี้ อีกหน่วยงานหนึ่งบอกเอาอย่างนี้ พอรายงานไปแล้วข้อมูลไม่เพียงพอก็ต้องลงมาในพื้นที่อีก มอบหมายให้ผู้นำในชุมชนทำข้อมูลอีก กล่าวคือไม่ชัดเจนในการสั่งการว่าถ้าเกิดกรณีที่มีภัยพิบัติชาวบ้านจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ทำข้อมูลอย่างไร นำเสนออย่างไร ทำอย่างไรถึงจะทำครั้งเดียวให้เรียบร้อย แล้วทีนี้การจ่ายเงินภัยพิบัติยากมาก ผู้นำหรือหน่วยงานต่าง ๆ ไม่เข้าใจว่าเกณฑ์การช่วยเหลือเป็นอย่างไร แล้วการจ่ายเงินระดับจังหวัด ต้องได้รับการอนุมัติจากส่วนกลาง มีเงื่อนไขเยอะแยะมากมาย งบประมาณที่ช่วยเหลือก็ให้ไร่ละพันกว่าบาท นอกจากนี้การจ่ายเงินชดเชยก็ล่าช้ามาก ขณะนี้ผู้ประสบภัยหลายรายยังไม่ได้รับค่าชดเชย แต่ได้ข่าวมาว่าส่วนกลางอนุมัติงบประมาณลงมาแล้ว แต่ยังไม่ได้โอนให้กับผู้ได้รับผลกระทบ พี่น้องยังรออยู่ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าใครได้รับค่าชดเชยแล้วบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับ ผมเองก็ยังไม่ได้รับ ผมมีบ่อปลาอยู่สามบ่อ ก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือเยียวยาถือว่าล่าช้ามาก บางคนแม้แต่การจ่ายค่าชดเชยก็ยังไม่ชัดว่าคนที่ถูกน้ำท่วมแล้วหน่วยงานรัฐชดเชยเรื่องค่าเก็บเกี่ยวผลผลิตนาข้าว เขาจะจ่ายไหมถ้าน้ำท่วม ทีนี้ก็ยังมีข้อกังวลอยู่ว่า พอน้ำท่วมแล้วจะได้ค่าเก็บเกี่ยวผลผลิตไหม”

“ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือเกิดข้อเปรียบเทียบว่าคนที่พื้นที่ของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเมื่อเกิดภัยพิบัติกลับได้รับเงินชดเชยเยอะกว่าคนที่ได้รับภัยพิบัติ เพราะถ้ามีข้อเปรียบเทียบว่าคนที่ไม่ได้รับภัยพิบัติก็ยังมีข้าวกิน แต่ค่าชดเชยค่าเก็บเกี่ยวก็ยังได้รับมากกว่าคนที่ได้รับภัยพิบัติ ก็จะเกิดข้อครหาได้และเกิดความไม่เป็นธรรม เพราะถ้ามองจริง ๆ แล้วคนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ข้าวก็ไม่มีให้กิน พี่น้องก็ยังต้องไปซื้อข้าวกินเองอีก แต่ได้ค่าชดเชยน้อยกว่าคนที่ไม่ได้รับภัยพิบัติ แทนที่คนที่ได้รับภัยพิบัติควรที่จะได้รับการดูแลมากกว่าคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนี่เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ในเชิงนโยบายก็ควรที่จะมีการปรับเปลี่ยน ดูแลคนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ”

52013915_534414507067678_291061274995851264_o

เป็นธรรม ธรรมดา   บ้านนาสีดา หมู่ 2 ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ปัญหาแม่น้ำโขงที่พบในมุมของเกษตรกร

“น้ำขึ้นลงผิดฤดูกาล ผลกระทบเยอะ โดยเฉพาะผลกระทบทางการเกษตรริมโขง ด้านการประมงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากน้ำขึ้นลงผิดฤดูกาล ไม่สามารถจับปลาได้ ชาวบ้านก็หมดอาชีพ”

สาเหตุของปัญหา

“เขื่อนเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้น้ำมาไม่ตรงตามฤดูกาล โดยธรรมดาช่วงนี้น้ำจะแห้ง แต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาน้ำมาเร็วและแรง ไหลเข้าท่วมแปลงผักริมโขงเสียหาย”
“ลักษณะผลกระทบที่ได้เจอเป็นของเกษตรกร คือ เราปลูกพืชไว้ตามตลิ่ง เพราะช่วงหน้าแล้ง น้ำจะลด สมัยก่อนที่ยังไม่มีเขื่อน ช่วงนี้น้ำจะลด แต่พอมีเขื่อนน้ำก็ขึ้น ซึ่งมาจากการปล่อยน้ำของเขื่อนในจีน ผักที่ปลูกไว้ตามตลิ่งก็ได้รับผลกระทบ ก่อให้เกิดความเสียหายเยอะมาก ดังนั้นบอกได้เลยว่าสาเหตุสำคัญมาจากเขื่อน โดยเฉพาะจากเขื่อนในจีน การปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนของจีนนอกจากผลิตไฟฟ้าก็เพื่อให้เรือขนส่งจากจีนเดินทางลงมาได้สะดวก”

การตั้งรับปรับตัวและการเคลื่อนย้ายสู่เมือง

“ชาวบ้านต้องปรับตัวโดยการเปลี่ยนอาชีพ บางคนเข้าไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ เช่น ทำงานก่อสร้าง รับจ้างทั่วไป”

 

52605624_534414613734334_458189722477395968_o

ธัญญา เม้าผาวงศ์   อำเภอปากชม จังหวัดเลย

ปัญหาที่เจอในแม่น้ำโขงปัจจุบันที่เชียงคาน – ปากชม

“ปัจจุบันคือน้ำโขงขึ้นมาแล้วน้ำมันขุ่น ปัญหาที่เจอคือเราไม่ทราบล่วงหน้าว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ เพราะในช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านปลูกผักไว้ริมตลิ่งเต็มไปหมด พอกำลังจะเก็บเกี่ยวพืช เช่น ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ชาวบ้านไม่รู้ว่าน้ำจะขึ้นเมื่อไหร่ พอน้ำมาก็ท่วมแปลงผักหมด เกิดความเสียหาย เพราะว่าก่อนหน้านี้น้ำทิ้งช่วงไปนาน แล้วจู่ ๆ มา คนก็ตกใจ มาช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พอน้ำมารอบนี้น้ำขุ่น ปกติหน้าแล้งน้ำจะใส แล้วก็ขุ่นแปลกๆ คือมีทั้งน้ำใสและน้ำขุ่นมาด้วยกัน เราองจากตลิ่งลงไปมันไม่เคยมีไงแบบนี้ ประวัติศาสตร์ที่เราอยู่ที่เราคุ้นเคยน้ำมันไม่เป็นอย่างนี้ เราก็เลยงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วตลิ่งก็ถูกกัดเซาะมาก ทั้ง ๆ ที่ทำกันทรุดแล้ว แล้วทำไมตลิ่งพัง เราก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร แล้วดินตอนนี้มันมีทรายมากกว่าดิน ไส้เดือนไม่มีแล้วตอนนี้ ปกติไส้เดือนบ้านเราจะเป็นเส้นขนมจีนเลยนะ คือดินดีมาก เขาว่ากันว่าดินที่ดีที่สุดก็คือดินแม่น้ำโขง นอกจากนี้ปลาหลายชนิดก็เริ่มหาไม่เจอแล้ว เริ่มสูญพันธ์ ระบบนิเวศย่อยอย่างบุ่งก็เริ่มไม่มีแล้ว หายไปแล้ว แต่ที่มันหนักตอนนี้ก็คือน้ำมันมาเยอะ”

สาเหตุของปัญหา

“ชาวบ้านคิดว่าเป็นเพราะเขื่อนปล่อยน้ำออกมา ซึ่งเราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วตอนนี้ เพราะเขาสร้างไปแล้ว แต่เราอยากให้ทางผู้ที่สร้างเขื่อนมีการแจ้งข่าว อยากให้แจ้งหน่อยว่าน้ำจะมาถึงเราวันไหน เมื่อไหร่ ซึ่งอันนี้สามารถเป็นวิธีหนึ่งในการแก้ปัญหาให้เราได้ เราจะได้ปรับตัวและทำใจกับมันได้ แต่ก่อนยังพอเห็นหาดบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่เห็นหาดเลย ไม่มีช่วงแห้งเลย น้ำมาตลอด แล้วประเด็นก็คือน้ำที่มามีทั้งขุ่นและใส สลับกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของเชียงคาน – ปากชม 

“การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ 100% เพราะว่าเชียงคานจะมีแก่งคุดคู้ ส่วนปากชมจะมีดอนกวัก และมีหาดที่สวยงามมาก เป็นแนวทรายสวยเหมือนที่เกาะเสม็ด แล้วกิจกรรมสงกรานต์จะมีทุกปี ตอนนี้เชียงคานก็เปลี่ยนแล้ว นักท่องเที่ยวมาที่ปากชม เพราะที่ปากชมก็จะมีกิจกรรมที่ชายหาดหลายอย่าง เช่น แข่งบอลทรายหาด ประกวดนางงามทรายหาด แต่ทุกวันนี้หายไปหมด ซึ่งทุกคนเสียดายมากที่สิ่งเหล่านี้หายไป ทุกคนรู้สึกน้อยใจ หดหู่ใจ เพราะที่นี่คนมุ่งหน้ามาเที่ยวเพื่อหวังจะมาเจอหาด เพราะหาดน้ำโขงจะไม่เหมือนทะเล ทะเลจะเป็นคลื่น แต่ของเราเป็นน้ำใสเหมือนกับทางภาคใต้ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าน้ำโขงเป็นน้ำขุ่นสลับใส หาดทรายและเกาะแก่งหายไป มีแต่น้ำแล้ว พอเป็นเช่นนี้ก็ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงตามไปด้วย เพราะจริง ๆ ช่วงนี้หน้าแล้งน้ำจะแห้งไปจนถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นวิถีปกติของแม่น้ำโขง”

“นึกแล้วก็เสียดาย ทุกวันนี้เรายังฝันเห็นสมัยที่เราเป็นเด็ก ที่เคยไปเล่นน้ำโขง เล่นตามหาดทราย น้ำกินน้ำใช้ก็คือแม่น้ำโขง ชีวิตเราผูกพันกับแม่น้ำโขง หากินเราก็หากินกับน้ำโขง ไปช้อนปลาก็ไปหาที่แม่น้ำโขง เมื่อก่อนช่วงหน้าแล้งจักจั่น จินาย ที่น้ำโขงจะเยอะมาก บอกมาเลยว่าอยากกินเท่าไหร่หาได้หมด แต่ตอนนี้วิถีชีวิตแบบนี้หายไปแล้ว” 

การปรับตัวของชุมชนริมโขง
“เราก็ต้องอยู่ให้ได้ เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว เราแก้ไม่ได้ ภาครัฐก็ไม่ได้ใส่ใจว่าวิถีชีวิตตรงนี้หายไป ตอนนี้ในส่วนของปากชมชาวบ้านก็ตัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับแม่น้ำโขงออกไปแล้ว ไปทำงานอย่างอื่นแทน เช่น กรีดยาง ไปปลูกผักบนเนินแทน ที่ก่อนหน้านี้คนปลูกผักริมโขงเยอะเพราะดินแม่น้ำโขงสมบูรณ์ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องดายหญ้า ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ตอนนี้ชาวบ้านก็ตัดกิจกรรมตรงนั้นไปแล้ว แม้แต่ช่วงสงกรานต์ก็อยู่แต่บนบกอย่างเดียว”

52595837_534414547067674_3267637953752465408_o

ทองพั่ว เมืองโคตร   บ้านป่งขาม หมู่ 1 ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

ปัญหาแม่น้ำโขงที่เจอในทุกวันนี้

“น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ ทำให้ปลาหายาก เวลาน้ำขึ้นไม่มีปลา น้ำลงเร็วทำให้น้ำขุ่นปลาหายาก แต่ก่อนหาปลาได้เฉลี่ยวันละ 4 – 5 กิโลกรัม ทุกวันนี้หนึ่งกิโลยังหายาก”

การตั้งรับปรับตัวหรือต่อสู้กับปัญหา

“หันไปปลูกพืชล้มลุก เลี้ยงสัตว์ ผสมผสานกัน เวลาเสร็จจากเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ก็ลงไปหาปลา เอาแต่พอได้กิน คนที่จับปลาก็ลดน้อยลง แต่ก่อนหามีคนออกหาปลาชุมชนละประมาณ 20 – 30 คน ตอนนี้ไม่เกิน 5 – 10 คน ในส่วนของประมง ตอนนี้ก็กำลังจัดตั้งวังปลา เพื่อที่จะอนุรักษ์ปลาไว้ สำหรับเพาะพันธุ์ออกสู่แม่น้ำโขงของเรา เพื่อให้ปริมาณปลาเพิ่มขึ้น ส่วนปลาที่จะอนุรักษ์ก็จะเป็นประเภทที่หายากที่สุด เช่น ปลาพอน ปลาหูหมาด ซึ่งเป็นปลาท้องถิ่น ปลาตามฤดูกาลที่หายไปเลย คือ ปลาหมู ปลาเขี้ยวไก้ ปลารากก้วย ปลากด พอจับปลาได้น้อยลง รายได้ก็ลดลงด้วย เวลาน้ำหลากก็มีปลาใหญ่ ปลาชุมชน ปลาบาน ปลาแค้ อาศัยหาช่วงน้ำหลาก”

วิธีแก้ปัญหาจากภาครัฐที่อยากเห็น

“อยากให้แก้ปัญหาเรื่องการดูดทราย เพราะมันทำลายระบบนิเวศของวังปลา ที่อยู่อาศัยของปลา เพราะการดูดทรายทำให้ไม่มีหิน ไม่มีทรายที่เป็นอาหารและแหล่งพักพิงของปลา”

52518098_534414630400999_6889646658301198336_o

ชัยวัฒน์ พาระคุณ   บ้านม่วง หมู่ 2 ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

ปัญหาเกี่ยวกับแม่น้ำโขงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตวิถีชีวิตประจำวัน

“ในฐานะที่เราเป็นคนหาปลากิน ปัญหาหลัก ๆ ที่พบก็คือ จะเป็นเรื่องระบบนิเวศเดิมที่ทุกวันนี้หายไปแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของการหุงหาอาหาร ปลาหลายชนิดหายไปแล้ว เช่น ปลาไน ปลาเลิม ปลาบึก ปัจจุบันแทบจะไม่เห็นแล้ว และปลาที่อพยพตามฤดูกาลว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ เช่น ปลาสร้อย ปลารากก้วย ปลาหวาก ปลาสะอี ปลามาง เมื่อสองปีให้หลังมานี้ก็แทบไม่เห็น ซึ่งถ้าเป็นช่วง 10 ปีที่แล้วก็ยังหาปลาเหล่านี้ได้ง่ายอยู่ ปกติช่วงหน้าแล้งปลาจะต้องว่ายน้ำขึ้นไปวางไข่แล้ว ปีใหม่ที่ผ่านมานี้ น้อยคนที่จะจับปลาได้ โดยปกติอย่างน้อย ๆ ต้องจับได้สัก 2-3 ตัวขึ้นไป ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี้บางคนยังจับไม่ได้ ผมเองหลังปีใหม่ไม่นาน ผมขึ้นไปหว่านแหมาสี่รอบ ได้ปลาอีตุมาแค่ตัวเดียว น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งที่ต้องได้ 3-5 ตัว แสดงให้เห็นว่าปลาได้หายไปกว่า 80 – 90% แล้ว นอกจากนี้แหล่งอาหารบางชนิด เช่น พวกจินาย ลูกอ๊อด ไอ้โม่ง ซึ่งสัตว์พวกนี้จะอยู่ในน้ำนิ่ง พอถึงเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ น้ำจะเป็นแอ่ง เขียด กบ ต่าง ๆ จะเริ่มไปวางไข่ แล้วก็จะมีลูกอ๊อด ซึ่งเป็นแหล่งอาหารอย่างดี เช่น เอาไปทำหมกฮวก อย่างที่เราได้ยินกันในเพลง (ห่อหมกฮวกเอาไปฝากป้า) ซึ่งหมกฮวกไม่ใช่ว่าจะมีหาได้แค่ในหน้าฝน สำหรับแม่น้ำโขงอาหารพวกนี้หาได้ในหน้าแล้งด้วย แต่ตอนนี้หาไม่ได้แล้ว”

“พืชเกษตรพื้นบ้านตามธรรมชาติก็ค่อย ๆ สูญหายไปด้วย ที่น่าห่วงปัจจุบันนี้คือ ต้นไคร้น้ำ ถ้าเป็นในส่วนอำเภอสังคม หนองคาย จนถึงอำเภอปากชม เลย เขาจะมีชื่อเรียกว่า พันโขด แสนไคร้ กล่าวคือ มีโขดมีหินแล้วก็มีต้นไคร้เยอะ เลยได้สมญานามดังกล่าว วิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือ ต้นไคร้แห้ง ยืนต้นตาย เพราะปกติช่วงนี้ต้นไคร้จะพ้นน้ำเพราะน้ำแห้ง มันก็จะเริ่มแตกดอก ออกใบ แต่เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาน้ำขึ้นและขุ่น ซึ่งปกติน้ำจะใส ส่งผลให้ขี้โคลนที่มากับน้ำไปติดกับใบ ทำให้สังเคราะห์แสงไม่ได้ ซึ่งตามที่เราเรียนมาใบไม้ต้องสังเคราะห์แสงด้วยแสงอาทิตย์เพื่อเป็นการปรุงอาหาร นอกจากนี้ พวกต้นหว้าน้ำ ต้นมะกอกน้ำ ก็ตายเยอะมาก เพราะว่าน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ และท่วมนาน ไม่มีโอกาสที่จะขยายพันธุ์”

สาเหตุสำคัญของปัญหา

“ปัจจัยสำคัญเกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อน เพราะสิบปีก่อนหน้านี้ปัญหาไม่กระทบหนักขนาดนี้ ซึ่งก็มีผลกระทบบ้างแต่น้อย แต่ปัจจุบันห้าปีให้หลัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปี 2560 – 2562 มานี้ ถือว่าผลกระทบจากการปล่อยน้ำหนักมาก และเห็นได้ชัดเจนมาก”

วิธีแก้ปัญหาและการปรับตัวกับปัญหานี้ของตัวเองและชุมชน

“ทุกวันนี้แก้อะไรไม่ได้ เราหากินกันแบบธรรมดาเหมือนเดิม และยังหาปลาได้น้อยลง หลายคนหันไปหาอาชีพเสริม คนที่ไม่มีสวนยางก็ไปรับจ้างกรีดยาง หรือปลูกพืชเกษตรอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมา เช่น ปลูกกล้วย ข่า ตะไคร้ เป็นพืชผักสวนครัวเพิ่มขึ้นมา และก็ทำการเกษตรนอกฤดูกาลอย่างพวกข้าวโพดหวานลงที่นา เพราะปลูกริมโขงไม่ได้ ลงทุนไปก็เจ๊ง ผมเองก็ขาดทุนมาแล้วจากการปลูกพืชริมโขงในช่วงที่ผ่านมา เพราะน้ำขึ้นผิดฤดูกาล สำหรับคนที่มีสัญญากับบริษัทก็อาจจะดีหน่อย เพราะบางบริษัทจะแทงเป็นหนี้สูญให้ก็คือไม่ต้องเป็นหนี้ เพียงแต่เราได้เท่าไหร่ก็ขายปริมาณเท่านั้นจากการหักต้นทุน สมมติว่าต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 50,000 บาท แต่ผลผลิตได้แค่ 30,000 บาท บางบริษัทอาจจะมีการชดเชยเรื่องค่าแรง 5,000 บาท แต่ที่เหลือก็จะแทงเป็นหนี้สูญให้”

“ในส่วนอำเภอสังคมชูประเด็นด้านการท่องเที่ยวขึ้นมาช่วยหนุนเสริม เนื่องจากมีข้อได้เปรียบเรื่องระบบนิเวศ มีทะเลหมอก และนำเสนอเรื่องวิถีชุมชนไปด้วย เช่น พานั่งรถอีแต๊กชมทะเลหมอก ชมวิถีชีวิต บ้านม่วง มีกลุ่มอาชีพเดินเรือเพิ่มขึ้นมา เพราะบ้านม่วงเป็นจุดผ่อนปรน มีกลุ่มเรือพานักท่องเที่ยวชมแม่น้ำโขง อาจจะไม่สวยเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังเป็นการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ได้ดีขึ้น แล้วอีกอย่างที่สำคัญ คือ ในกระบวนการการท่องเที่ยว เราจะมีศูนย์ประสานงาน และมีแผนชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้าน เป็นการชดเชยจากการหาปลาไม่ได้ นอกจากนี้ทางชุมชนก็มีแนวคิดที่จะจัดตั้งวังปลาและแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลา เรามองว่าปัญหาการหาปลาหลัก ๆ อีกอย่างหนึ่ง คือ การหาปลาแบบผิดธรรมชาติ เช่น การช็อตปลา ระเบิดปลา ทางฝั่งไทยเราและชุมชนเราสามารถควบคุมได้แล้ว ในชุมชนมีการตั้งกฎระเบียบออกมาว่าหากพบใครจับปลาผิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการช็อตปลา เบื่อปลา ระเบิดปลา จะต้องถูกจับทันที โดยชาวบ้านด้วยกันเองก็ได้ โดยใช้วิธีการจัดเวนยาม ซึ่งปกติเอง กลางคืนชาวบ้านจะหาปลากันอยู่แล้ว ในช่วงคืนข้างแรมแบบนี้ เขาก็จะหาปลาเหมือนกัน เพราะปลาขึ้นมาหาอาหารในช่วงนี้ ปลาจะชุม เป็นคืนเดือนมืด คนจะหาปลาตลอด ซึ่งเขาก็จะช่วยกันเป็นหูเป็นตาระหว่างหาปลาไปด้วย แต่ปัญหาในตอนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในฝั่งไทยแล้ว ปัญหาเกิดจากทางฝั่งลาว เพราะทางฝั่งลาวเองยังมีการช็อตปลาอยู่ ทั้งจากชาวบ้านและเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะพวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพราะอาวุธต่าง ๆ และระเบิดหาง่าย เมื่อวัตถุระเบิดที่เอามาใช้ระเบิดปลาหาได้ง่าย ก็จะมีการระเบิดกันแทบจะทุกวัน ซึ่งเราแก้ไขอะไรไม่ได้ เราเคยไปคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางฝั่งนั้น เขาก็บอกว่าจะช่วยจัดการให้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรม ยังคงมีการระเบิดกันรายวัน จนปัจจุบันนี้ก็ยังเห็นอยู่ ทำให้ปัจจุบันปลาก็ยิ่งจะหายากมากยิ่งขึ้น ทำให้ปลาไม่กล้าขึ้นหาอาหารหรือวางไข่ ปลาท้องถิ่นก็ไม่อยู่”

“หากเป็นไปได้ เราอยากเห็นนโยบายระหว่างประเทศ หรือความร่วมมือระหว่างประเทศเข้ามาช่วยกำกับในเรื่องนี้ เพราะจะใช้กฎหมายหรือนโยบายไทยเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ถ้านโยบายระหว่างประเทศสามารถออกกฎหมายควบคุมการหาปลาผิดธรรมชาติอะไรพวกนี้ได้ ก็จะเป็นการดีมาก นโยบายในการทำวังปลาหรือแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาก็จะง่ายตามไปด้วย ซึ่งจะง่ายทั้งสองฝั่งเลย เพราะว่าในกลุ่มของประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเอง เขาก็มีกลุ่มจิตอาสาที่จะทำเรื่องพวกนี้กับเราอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่มีอำนาจไปกำกับควบคุม เพราะว่าคนที่ทำผิดเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นทหาร ชาวบ้านก็ไปสั่งอะไรไม่ได้”

 


 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s