ในเวทีเสวนา “เขื่อนไซยะบุรี กับการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศและวิถีชุมชนลุ่มน้ำโขงที่ไม่หวนคืน” เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ ศาลาประชาคมอำเภอปากชม จังหวัดเลย ตัวแทนจากชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ได้นำเสนอถึงความเปลี่ยนแปลงและความทรงจำต่อแม่น้ำโขงในช่วงชีวิตของพวกเขาที่ผ่านมา พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นับแต่มีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักในจีน ตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีหลัง ที่แม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้งในแง่ระบบนิเวศ วิถีชีวิตชุมชน การประกอบอาชีพ และความรู้ความเข้าใจต่อแม่น้ำโขงงที่เปลี่ยนไปและการไม่สามารถคาดการณ์ตามความรู้เดิมหรือภูมิปัญญาของพวกเขาได้อีกต่อไป นำมาสู่การนำเสนอทางออกที่จำเป็น หรืออาจเรียกว่าเป็นการปรับตัวของพวกเขาต่อแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงจากเขื่อน

 

ความสุขของคนโขงที่ไม่อาจหวนคืน

 

กุศล พุทธทองศรี ตัวแทนชุมชนริมโขงจังหวัดเลย บอกเล่าถึงความสุขและความทรงจำในวัยเยาว์ของเขาต่อแม่น้ำโขงว่า เมื่อก่อนทรัพยากรในแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์มาก เมื่อเทียบกับปัจจุบัน กล่าวว่า เมื่อก่อนมีปลาเลิม ซึ่งเป็นปลากินเนื้อขนาดใหญ่ในกลุ่มปลาบึกเป็นจำนวนมาก มากจนขนาดนี้ที่ว่าสามารถปลุกคนหลับให้ตื่นได้ และจะมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว อีกทั้งในดินแม่น้ำโขงอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านสามารถปลูกพืชริมโขงได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้าและปุ๋ย เพียงแต่รดน้ำอย่างเดียวเท่านั้น พืชผักเจริญงอกงาม ได้ผลผลิตดี และพบจักจั่น และไส้เดือนน้ำโขงที่มีขนาดยาวมาก หมออาจกล่าวต่อไปว่าชาวบ้านเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงตั้งแต่ช่วงปี 2540 โดยสังเกตจากระดับน้ำที่ขึ้นลงผิดปกติ คาดเดายากขึ้น แต่ตอนนี้กลับหนักกว่าที่เป็นมาหลายเท่า เพราะไม่เคยเห็นน้ำโขงที่ปากชมแห้งสนิทขนาดนี้มาก่อนในช่วงหน้าฝน

IMG_9271
กุศล พุทธทองศรี ตัวแทนชุมชนริมโขง อำเภอปากชม จังหวัดเลย

กุศล กล่าวต่อไปว่า ปลาขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยจับได้ คือ ปลาเลิม ซึ่งมีขนาด 170 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ปลาเลิมหายไปนานแล้ว นับแต่มีความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำโขง ตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนในจีน

วีระ วงศ์สุวรรณ ตัวแทนจากอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดต่ำลงว่าเขาไม่เห็นชีปะขาวมาสองปีแล้ว ส่งผลให้ชาวประมงน้ำโขงจับปลายอนได้ยากขึ้น เพราะชีปะขาวเป็นอาหารสำคัญของปลายอน เมื่อชีปะขาวพบได้ยากขึ้นก็ทำให้ส่งผลต่อปลายอนที่หาได้ยากขึ้นด้วย เพาะมันไม่มีแหล่งอาหาร

อำนาจ ไตรจักษ์ ตัวแทนจังหวัดนครพนม เล่าว่าก่อนหน้านี้ตั้งแต่เขายังเด็ก ครอบครัวริมโขงปลูกผักริมโขง ปลอดสารพิษ ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยใด ๆ แต่ปัจจุบันหลังจากระดับน้ำโขงเปลี่ยนแปลงรวดเร็วรุนแรง ส่งผลให้พื้นที่ทางการเกษตรหายไป ตลิ่งพัง และขาดความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากตะกอนดินน้ำโขงลดลง…พร้อมเล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชุมชนริมโขงต่อการสร้างเขื่อนเราเคยไปประท้วงเขื่อนจีนก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อนไซยะบุรี เคยแบกพญานาคไปสู้กับมังกรที่หน้าสถานทูตจีน แต่ก็อย่างที่ทราบกันว่าเขื่อนก็ยังเดินหน้าสร้างต่อไป จนในขณะนี้ในบนแม่น้ำโขงสายหลักตอนล่างก็มีการสร้างเขื่อนแรกที่พร้อมจ่ายไฟในวันพรุ่งนี้ นั่นคือ เขื่อนไซยะบุรี

IMG_9348
วีระ วงศ์สุวรรณ ตัวแทนชุมชนริมโขง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ

นอกจากนั้น อำนาจยังให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าตลิ่งแม่น้ำโขงทรุดหนักมาก นับตั้งแต่มีการทดลองผลิตไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีในปีนี้

สอน จำปาดอก กล่าวว่า เมื่อก่อนปลาน้ำโขงจะขึ้นลงตามฤดูกาล โดยในช่วงหน้าแล้งจะพบปลาบางชนิดที่อพยพขึ้นมาจากแม่น้ำโขงในกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่โตนเลสาบ เช่น ปลา แข้วไก้ ปลาฮากก้วย ปลาปาก ปลาเปี่ยน เป็นต้น แต่ปัจจุบันปลาตามฤดูกาลเหล่านี้พบตามฤดูกาลได้น้อยมาก แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่ปลาเหล่านี้เรากลับพบเห็นในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน นั่นก็เพราะน้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก น้ำที่แห้งในช่วงนี้ทำให้ปลาคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง มันจึงพากันอพยพขึ้นมา ซึ่งผิดปกติ

IMG_9303
สอน จำปาดอก ตัวแทนชาวประมงริมโขง หมู่บ้านสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี

สมพงษ์ ขุนพิทักษ์ ตัวแทนจังหวัดบึงกาฬ ชุมชนของเราต่อต้านการดูดหินดินทรายอย่างหนัก เพราะมีตาดหิน ดอนทรายมาก ผู้คนจะชอบไปปลูกถั่วดิน ฟักทอง มีความอุดมสมบูรณ์มาก ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน จะมีเทา (สาหร่ายแม่น้ำโขง) ขึ้นเยอะ ชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์อย่างมากของระบบนิเวศและวคามมั่นคงทางอาหาร สาเหตุที่คัดค้านการดูดหินดินทรายในแม่น้ำโขงเพราะการกระทำดังกล่าวทำให้แหล่งพักพิง ที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของปลาลดลง อีกทั้งยังทำลายหน้าดิน และทำให้ดินริมโขงพังทลายได้ง่าย นอกจากนี้การขึ้นลงที่ผิดปกติของระดับน้ำโขงหลังจากการสร้างเขื่อนก็ยิ่งทำให้ตลิ่งพังทลายได้เร็วขึ้น

ชัยวัฒน์ พาระคุณ ตัวแทนทีมวิจัยแม่น้ำโขงอำเภอบ้านม่วง จังหวัดหนองคาย กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงในมิติต่าง ๆ ว่า ตนสังเกตเห็นว่าในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติหนักมากจนเห็นได้ชัด เลยอยากทราบสาเหตุว่ามาจากอะไร เราเลยเก็บข้อมูล ทำงานวิจัยจนสามารถกล่าวได้ว่าหลังจากที่มีการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง…กรกฎาคม ต้องเป็นเดือนที่น้ำเริ่มเต็มตลิ่งแล้ว แต่ปีหน้าน้ำลดต่ำลงกว่า 10 เมตร ซึ่งผิดปกติอย่างร้ายแรง ส่งผลต่อการหาปลา และวัฒนธรรม เช่น การแข่งเรือในช่วงน้ำหลาก หลายหมู่บ้าน เช่น บ้านน้ำไพร ขาดพื้นที่ซ้อม พื้นที่ซ้อมกลายเป็นดินดอน ไม่สามารถซ้อมได้ ทำให้ปีนี้เขาไม่ส่งแข่งเรือ อีกทั้งยังไม่สามารถสืบสานประเพณีไหลเรือไฟได้ เพราะน้ำแห้งมาก

IMG_9320
ชัยวัฒน์ พาระคุณ ตัวแทนทีมวิจัยริมโขง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดหนองคาย

นอกจากนั้น ชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงผลกระทบต่อพันธุ์พืชในแม่น้ำโขงอย่างต้นไคร้น้ำ โดยกล่าวว่าต้นไคร้น้ำเป็นแหล่งอนุบาลและวางไข่ของปลาแม่น้ำโขง รวมถึงทำหน้าที่ยึดเกาะหน้าดิน ต้นไคร้จึงทำหน้าที่เดียวกันกับบุ่ง เมื่อต้นไคร้น้ำตายจากการขึ้นลงผิดปกติของแม่น้ำโขง และเมื่อต้นไคร้น้ำตายเกลื่อนเป็นจำนวนมาก จึงส่งผลให้ปริมาณปลาน้ำโขงลดลงอย่างชัดเจน

ตัวแทนอำเภอโพธิ์ไทร ให้ภาพผลกระทบที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวว่าสามพันโบก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอและของประเทศ มาวันนี้ก็ได้รับผลกระทบจากการขึ้นลงที่ผิดธรรมชาติของแม่น้ำโขงเช่นกัน ช่วงก่อนเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ดีดีน้ำมาจากไหน จุดที่สามารถเดินได้ อยู่ดี ๆ ก็มีน้ำมาท่วม ไม่รู้น้ำจากไหน ปกติไม่เคยมี แหล่งท่องเที่ยวบางจุดหายไปแล้ว เช่น หาดสลึง ซึ่งเคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอันเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญ โดยหายไปตั้งแต่ปี 2554

เขากล่าวว่าต่อไปว่า ปีนี้น้ำช่วงหน้าฝนมาเร็วไปเร็ว ทรายที่เคยมีมากก็จะไม่มากแล้ว ทำให้หาดไม่สวยเหมือนแต่ก่อน จุดที่เคยปลูกถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ก็ไม่มีแล้ว เพราะน้ำมาเร็ว พัดดินดี ดินตะกนหายไป โดยปกติแล้ว ช่วงเดือนตุลาคม ระดับน้ำยังสูงอยู่ แต่พอมาปีนี้น้ำแห้งมาก ทำให้สามพันโบกเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนนี้แล้ว ซึ่งมองในมุมการท่องเที่ยวก็เป็นผลดี แต่ระบบนิเวศมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ชาวบ้านปรับตัวไม่ทัน เพราะไม่สามารถคาดการณ์ฤดูกาลได้อีกแล้ว และก็ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนของการท่องเที่ยวได้

ก้านก่อง จันลอง ประธานกลุ่มคนรักษ์แม่น้ำโขง ตัวแทนหมู่บ้านริมโขง จังหวัดหนองคาย ขอความเห็นและความยินยอมจากประชาคมแม่น้ำโขงที่เข้าร่วมอนุมัติให้มีการส่งหนังสือร้องเรียนไปยังนายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา ให้มาเยี่ยมดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำโขงแห้งจากเขื่อนไซยะบุรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ในวันที่ 5 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ได้รับเชิญจากบริษัท ซีเค พาวเวอร์ บริษัทลูกของ ช. การช่าง ให้ไปเยี่ยมชมเขื่อนไซยะบุรี ทั้งนี้เพื่อให้ทางนายชวน หลีกภัย ได้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกด้านของเขื่อน

 

ทางออกจากปัญหาและความจำเป็นในการปรับตัวของคนโขง

 

กุศล พุทธทองศรี ตัวแทนชุมขนริมโขง อำเภอปากชม จังหวัดเลย เสนอว่าต้องยกระดับปัญหาแม่น้ำโขงไปยังระดับอาเซียน การสร้างแนวร่วมแต่เพียงในประเทศไทยนั้นไม่เพียงพอ ต้องเชื่อมประชาชนในลาว กัมพูชา เวียดนาม เข้าด้วยกัน

ชัยวัฒน์ พาระคุณ เสนอว่าในแง่ของการนำเสนอข้อมูลข่าวสารนั้น อยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวจากสิ่งที่ประชาชนพูด รายงานตามจริง นอกจากนั้นมีการคุกคามสื่อและประชาชนที่รายงานสถานการณ์แม่น้ำโขงทั้งโดยตรงและโดยอ้อม จากหน่วยงานความมั่นคง เช่น กอ. รมน.

อำนาจ ไตรจักษ์ วิเคราะห์ว่าขบวนการภาคประชาชนพยายามที่จะต่อต้านเขื่อนในหลายครั้ง ทั้งการไปประท้วงที่สถานทูตเอกอัครราชทูตจีน และการดำเนินการทางการศาลต่อศาลปกครอง แต่เขาก็ยังสร้าง เพราะฉะนั้นการประท้วงโดยตรงเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ชาวบ้านต้องปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วย เช่น การอนุรักษ์พันธุ์ปลา การเพาะพันธุ์ปลา แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างแนวร่วมระหว่างประเทศทั้งกับลาว กัมพูชา และเวียดนาม ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนในระยะยาว

IMG_9289
อำนาจ ไตรจักษ์ ตัวแทนชุมชนริมโขง จังหวัดนครพนม

วีระ วงศ์สุวรรณ ตัวแทนจากชุมชนริมโขงจังหวัดอำนาจเจริญ เสนอให้ประชาชนในภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ หรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงแต่มีจิตสำนึก ต้องสร้างพลังร่วมกัน โดยต้องสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในภูมิภาค และมีระดับย่อย ๆ ลงไป ทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับหมู่บ้าน และสร้างยุทธศาสตร์ร่วมกัน และรวมถึงติดอาวุธทางปัญญา เช่น การเก็บข้อมูล และการทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับ ผลกระทบ ความเสียหาย ของแม่น้ำโขงจากการสร้างเขื่อนโดยภาคประชาชนเพื่อชี้ให้เห็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อยืนยันต่อสาธารณะว่าเขื่อนมีผลกระทบอย่างไร

อานันท์ ตัวแทนชุมชนริมโขงจากจังหวัดมุกดาหาร กล่าวของความสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาสังคมหาวิธีมาช่วยรักษาแม่น้ำโขง เช่น การสนับสนุนด้านพันธุ์ปลาแก่ชุมชน เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรปลาไว้เป็นอาหารสำรอง และร่วมกันกระตุ้นและหาวิธีรักษาจำนวนและพันธุ์ปลาแม่น้ำโขงมากขึ้น เช่น การจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาร่วมกับชุมชน เป็นต้น

IMG_9310
อานันท์ ตัวแทนชาวประมงริมโขง จังหวัดมุกดาหาร

สอน จำปาดอก กล่าวถึงการดำเนินการสร้างการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนประชากรและพันธุ์ปลาแม่น้ำโขงในส่วนของหมู่บ้านสำโรงว่าปัจจุบันทางหมู่บ้านมีโครงการอนุรักษ์บุ่งริมโขง มีสองบุ่ง คือ บุ่งสองห้อง และบุ่งดอกเกตุ โดยมีกฎระเบียบที่ชุมชนร่วมกันกำหนดขึ้น เช่น ห้ามใช้อวน ห้ามเบือปลา ห้ามจับในบางช่วง เพื่อให้ปลามีที่เพาะพันธุ์และเป็นการอนุบาลปลา เช่น ช่วงหน้าแล้ง แต่ยังจับสัตว์น้ำหรือปลาในบุ่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีการห้ามได้อยู่ โดยกระบวนการจัดทำบุ่งอนุรักษ์นี้ได้ความเห็นชอบจากชุมชน ชุมชนมีส่วนร่วมเต็มที่

หลังจากจบการเสวนา ประชาชนริมโขง 7 จังหวัด และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันออกแถลงการณ์คำประกาศเจตนารมณ์ของชุมชนริมโขง โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

 

แถลงการณ์

เรียกร้องให้ปกป้องสิทธิของประชาชนและปกป้องสิ่งแวดล้อม

 

แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตั้งแต่ทิเบต จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เป็นแม่น้ำนานาชาติ ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คนที่ได้พึ่งพาแม่น้ำโขง ทั้งการใช้น้ำทำการเกษตร การหาปลา ความหลากหลายของพันธุ์ปลา มีความสำคัญในเรื่องวัฒนธรรม ความเชื่อ เช่น การบุญประเพณีบั้งไฟพญานาค รวมถึงพิธีกรรมที่ชุมชนได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาตลอดสองฝั่งแม่น้ำโขง สะท้อนว่าแม่น้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตของผู้คน

แม่น้ำโขง ถูกนำไปใช้เป็นต้นทุนในการพัฒนาต่าง ๆ มากมาย เช่น การสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนในเขตประเทศจีน อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี ได้ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อพวกเรามานับสิบกว่าปี  ต่อมามีการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงสองแห่งบนแม่น้ำโขงตอนล่าง คือ เขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนดอนสะโฮง  เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขื่อนไซยะบุรี ที่อยู่เหนือชายแดนของไทยลาวขึ้นไปเพียง 200 กิโลเมตร การทดลองผลิตไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีเมื่อเดือนกรกฎาคม2562 ได้ทำให้เกิดภาวะน้ำโขงแห้งอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว การอพยพของปลาที่ผิดฤดูกาลและพืชพันธุ์แห้งตายตลอดสายน้ำโขง ได้สร้างความวิตกและกังวลต่อพวกเราชาวบ้านที่อยู่อาศัยริมน้ำโขงเป็นอย่างมาก

วันนี้ ถือเป็นวันสุดท้ายที่เราจะเห็นชีวิตแม่น้ำโขงตอนล่าง พวกเราประชาชนลุ่มน้ำโขง คนปลูกผักริมโขง ชาวนา ผู้ใช้น้ำ คนหาปลา คนเลี้ยงปลา พ่อค้า คนขับเรือส่งสินค้าข้ามฟาก ขอเรียกร้องให้ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการแก้ไขปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดนจากเขื่อนไซยะบุรี ดังนี้

  1. ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ลงมาแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ริมฝั่งโขงที่กำลังเกิดขึ้น
  2. ขอเรียกร้องให้ภาคเอกชนไทย ที่เป็นเจ้าของโครงการ และธนาคารไทย ผู้สนับสนุนโครงการ ได้แสดงความรับผิดชอบและมีมาตรการแก้ไขผลกระทบข้ามพรมแดนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  3. ประเด็นผลกระทบข้ามพรมแดนและความรับผิดชอบ ในการดำเนินธุรกิจของเอกชนข้ามพรมแดน ต้องถูกหยิบยกเป็นวาระสำคัญการประชุมผู้นำอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เพราะเป็นปัญหาเร่งด่วนของภูมิภาค

ปรากฏการณ์ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของพวกเราคนหาปลา คนปลูกผัก พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่พึ่งพาแม่น้ำโขงในขณะนี้ และยังส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมประเพณีของคนลุ่มน้ำโขง ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจพวกเราเป็นอย่างยิ่ง และพวกเราขอเรียกร้องให้เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน

 

ด้วยความนับถือ

เครือข่ายชาวบ้าน 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขง

28 ตุลาคม 2562

IMG_9393

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s