ศาลทวายมีคำพิพากษาตัดสินให้นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shew) ชนะคดีแพ่งต่อบริษัทเมียมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด โดยศาลสั่งให้ทางบริษัทฯ จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 114,800,000 จั๊ต (หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากการดำเนินการของบองบริษัทในกิจการเหมืองแร่ดีบุกส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม

82063448_2784618148263865_4212362048262111232_n
นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shew) ชาวบ้านกะบันเชาว์ (Kin Ban Chaung) ผู้ชนะคดีต่อบริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 ทาง The Mekong Butterfly ได้รับแจ้งแถลงข่าวจากภาคประชาสังคมในเมืองทวาย ประเทศเมียนมาว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม ศาลชั้นต้นเมืองทวายมีคำพิพากษาให้ทางบริษัท เมียนมาร์ พงษ์ พิพัทธ์ จำกัด บริษัทของนักธุรกิจชาวไทยซึ่งจดทะเบียนในเมียนมาจ่ายค่าชดเชยทางแพ่งให้กับนายซอ ดา เชว ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung) หลังจากที่ทางนาย ซอ ดา เชว ฟ้องคดีต่อทางบริษัทฯ ให้มีการจ่ายค่าชดเชยหลังจากที่การดำเนินการของบริษัทฯ สร้างผลกระทบต่อทรัพย์สิน การดำเนินชีวิต และสิ่งแวดล้อมของพวกเขา โดยทางนายซอ ดา เชว ได้ยื่นฟ้องศาลไปตั้งแต่ปี 2558 รวมระยะเวลาในกระบวนการศาลกว่า 4 ปี โดยมีรายละเอียดตามการแถลงข่าวดังนี้

 

แถลงข่าว

ชาวบ้าน กะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung) ชนะคดีเหมืองเเร่ไทยในทวาย

9 มกราคม 2563

วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2563  นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shwe) ชาวบ้านในหมู่บ้านกะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung)ของทวาย ชนะคดีแพ่งที่ฟ้องบริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองเเร่บุกของไทยเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินเนื่องจากการดำเนินงานของบริษัท

นายซอ ดา เชว ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทวายในปีพ.ศ. 2558 เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับต้นหมาก 882 ต้นที่ล้มตายเนื่องน้ำจากเหมืองไหลลงมาท่วม

เมื่อวันที่  7 มกราคม พ.ศ. 2563 ศาลจังหวัดทวายมีคำพิพากษาให้บริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จ่ายค่าชดเชยให้กับนายซอ ดา เชว เป็นเงินจำนวน 114,800,000 จั๊ต (ประมาณ 76,533 เหรียญสหรัฐ หรือราว 2,400,000 บาท) อย่างไรก็ตาม เเม้นายซอ ดา เขว จะชนะคดีในศาลชั้นต้น เเต่บริษัทอาจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภูมิภาคหรือศาลอุทธรณ์กลาง ซึ่งทำให้ต้องสู้คดีกันอีกครั้งหนึ่ง

ชาวบ้านของหมู่บ้านกะบันเชาวร์รู้สึกได้ถึงผลกระทบจากการทำเหมืองเป็นครั้งเเรกในปีพ.ศ. 2556 หลังจากบ่อเก็บกักตะกอนหางเเร่พังทลาย ส่งผลให้น้ำที่ปนเปื้อนตะกอนหางเเร่ไหลลงมาท่วมพื้นที่ของชาวบ้าน สร้างความเสียหายเเก่พื้นที่เพาะปลูกเเละทำให้ชาวบ้านเกิดปัญหาในการดำรงชีพ

นับตั้งเเต่บ่อเก็บกักตะกอนหางเเร่พังทลาย ชาวชุมชนก็ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมที่ดินทุกปีในช่วงฤดูมรสุม สมาชิกชุมชน 5 ครัวเรือนได้สูญเสียต้นหมากเเละต้นผลไม้อื่นๆซึ่งเป็นเเหล่งรายได้หลักของครอบครัว

“มันเป็นเรื่องยากที่ชาวบ้านในชนบทห่างไกลจะฟ้องร้องบริษัทเรื่องผลกระทบที่มีต่อการดำรงชีวิตของพวกเขาเนื่องจากการต่อสู้คดีในศาลนั้นกินเวลายาวนาน” นางดอว์ มี มี โซ (Daw Mi Mi Soe ) ทนายฝ่ายโจทก์ ซึ่งทำงานร่วมกับองค์กร True Friends ในทวายกล่าว “เรายอมรับคำพิพากษาของศาลซึ่งตั้งอยู่บนความยุติธรรม เราหวังว่าความสำเร็จของคดีนี้จะช่วยให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมในอนาคต” เธอกล่าว

บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัฒน์เป็นบริษัทที่มีชาวไทยเป็นเจ้าของเเละได้ดำเนินกิจการเหมืองเเร่เฮงดาซึ่งเป็นเหมืองเเร่ดีบุกขนาดใหญ่ในทวายมาตั้งเเต่พ.ศ. 2542 การดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดข้อครหามากมายทั้งเรื่องมลพิษ ความเสียหายต่อที่ดินเเละทรัพย์สิน เเละการแย่งยึดที่ดิน ในปีพ.ศ. 2557 ชาวบ้านจากหมู่บ้านมะเยาว์พะโยว์ (Myaung Phyo) เคยยื่นฟ้องบริษัทนี้เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของพวกเขา เเต่ก็เเพ้คดี หลังจากบริษัทยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลภูมิภาคตะนาวศรี

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

  • หน่อ ปิ ตา ลอ (Naw Pe Tha Law) – พม่า/อังกฤษ

 ผู้อำนวยการองค์ True Friends  โทร. +95 9422207276

Email: nawptl@gmail.com

  • เสมสิกขาลัย โทร +66 89 489 9489 – ไทย/อังกฤษ

 

อนึ่ง โครงการเหมืองแร่ดีบุกเฮงดา ตั้งอยู่ในเมืองมยิตตา ใกล้เมืองทวาย ภูมิภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนมา โดยเริ่มดำเนินการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 ปีเริ่มตั้งแต่สมัยที่เมียนมาตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ นับได้ว่าเป็นเหมืองแร่ดีบุกที่มีขนาดใหญ่และมีอายุเก่าแก่ที่สุด ซึ่งในขณะนั้นเป็นเหมืองแร่ดีบุกที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างในปัจจุบัน ซึ่งดำเนินการโดย กรมกิจการเหมืองแร่ลำดับที่ 2 จัดเป็นรัฐวิสาหกิจของเมียนมา

ต่อมาในปี 2542 บริษัทเมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ (Myanmar Pongpipat Company Limited: MPC) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเหมืองแร่ในไทยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมา โดยร่วมกับกรมกิจการเหมืองแร่ ลำดับที่ 2 (Number 2 Enterprise) ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐเข้าไปมีหุ้นส่วน ทำหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการเหมืองในเมียนมา ทั้งดีบุก ทังเสตน ทอง ไทเทเนียม แพลตตินั่ม ในการดำเนินกิจการเหมืองเฮงดานี้ได้มีการแบ่งผลประโยชน์กันในสัดส่วน 35% สำหรับ Number 2 Enterprise 65% สำหรับบริษัท เมียนมา พงษ์พิพัทธ์

นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2542 ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นว่าแม่น้ำลำธารก็เริ่มตื้นเขิน พืชและสัตว์หลายชนิดเริ่มสูญหายไป พืชผลทางการเกษตร บ้านเรือน บ่อน้ำ และศาสนสถานถูกทำลายอันเนื่องมาจากการปล่อยทิ้งของเสียที่เป็นพิษและดินตะกอนลงมาตามลำน้ำ และในปี 2555 เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทะลักครั้งใหญ่ ส่งผลให้ตะกอนหางแร่จากเหมืองไหลทะลักออกมา สร้างความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ  ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร และลำคลองมะเยาว์พะโยว์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชาวบ้านส่วนใหญ่โดยรอบใช้อุปโภคและบริโภค มี 27 ครัวเรือนถูก ซึ่งพืชที่ชาวบ้านปลูกไว้ขายและบริโภคเองได้รับความเสียหาอย่างหนักรวม 20 เอเคอร์ หรือประมาณ 50.6 ไร่ อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวทางบริษัทไม่มีการแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

DSCN5925
หมากยืนต้นตายในชุมชน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณเหมืองเฮงดา

จากการทดสอบของบริษัท Ecolab ในปี 2557 ระบุว่าน้ำในนั้นมีสารตะกั่วปนเปื้อนในระดับสูง นอกจากนั้นผลการทดสอบในห้องทดลองในเนเธอแลนด์ยังระบุว่าพบสารหนูในคลองมะเยาว์พะโยว์ดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าค่าที่ยอมรับได้ขององค์การอนามัยโลกสำหรับมาตรฐานน้ำดื่มที่ปลอดภัยถึง 8 เท่า มีตะกั่วปนเปื้อนในลำคลองถึง 35 – 190 เท่าของมาตรฐานน้ำดื่มที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตามในปี 2560 ทาง บริษัท เมียนมา พงษ์พิพัทธ์ จำกัด และบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันลงนามในสัญญาโดยทางบริษัท สหกลฯ จ้างเหมาให้บริษัท เมียนมา พงษ์พิพัทธ์ ผลิตแร่ดิบดีบุก แต่ต่อมาในปี 2562 ทางบริษัท สหกลฯ ได้ยกเลิกสัญญาดังกล่าว เนื่องจากทางบริษัท เมียนมา พงษ์พิพัทธ์ ไม่สามารถต่ออายุสัมปทานระยะยาวจากรัฐบาลในการดำเนินกิจการของเหมืองได้

 

อ้างอิง

เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา: เหมืองดีบุกขนาดใหญ่ใต้เงาการลงทุนของนักธุรกิจไทย

https://themekongbutterfly.com/2017/09/22/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1/

ศาลทวายไต่สวนคดีบริษัทเหมืองแร่ของไทย ก่อผลกระทบชาวบ้านพม่า นัดแรก 29 พ.ค .นี้

https://thaipublica.org/2014/05/dawei-watch-1/

SQ บวก 3.24% หลังคว้างานเหมืองแร่ดิบในเมียนมาร์ มูลค่า 3.67 พันลบ.

https://www.kaohoon.com/content/133065

SQ เผย ได้ยกเลิกสัญญาจ้างเหมา ผลิตแร่ดิบกับ บริษัท เมียนมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด

https://www.sahakol.com/th/investor-news/ir-news-2019-09/

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s