People’s lessons learned from the “Map Ta Phut” Industrial Estate, the elder twin of the Dawei Deep Seaport and Special Economic Zone Project.

The Map Ta Phut Industrial Estate in Rayong Province has been set up for more than 4 decades as a key engine under the 5th National Economic and Social Development Plan to drive Thailand’s economic development and become a country that is based on industrial production, both heavy and light, it was considered as one … Continue reading People’s lessons learned from the “Map Ta Phut” Industrial Estate, the elder twin of the Dawei Deep Seaport and Special Economic Zone Project.

ถอดบทเรียนฉบับประชาชน จาก “มาบตาพุด” นิคมอุตสาหกรรมแฝดพี่ของโครงการทวาย

เรื่องและภาพโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร กว่า 4 ทศวรรษที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ถูกจัดตั้งขึ้นในฐานะตัวจักรสำคัญภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศที่เน้นการผลิตด้านอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมหนักและเบา ซึ่งนับว่าเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขจีดีพีของไทยมีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น และในอีก 30 ปี หลังจากที่มันถูกจัดตั้งขึ้นจากการผลักดันของภาครัฐ มันก็ได้กลายเป็นต้นแบบที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา หลังจากที่เมียนมาเปิดประเทศและทางรัฐบาลเมียนมาออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 20 ปี (2554 - 2574) ในปี 2553 และกฎหมายการลงทุนต่างชาติในปี 2555 ซึ่งให้ความสำคัญกับภาคการค้าและการลงทุน และกาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนภายในประเทศ โดยมีตัวจักรสำคัญคือโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ หนึ่งในนั้นคือ โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แต่มีขนาดใหญ่กว่าถึง 8 เท่า ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากถนทวาย หนึ่งในโครงการ 3 โครงการสำคัญ (ได้แก่ 1) โครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม 2) โครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และ 3) โครงการถนนเชื่อมต่อ) … Continue reading ถอดบทเรียนฉบับประชาชน จาก “มาบตาพุด” นิคมอุตสาหกรรมแฝดพี่ของโครงการทวาย

Research Report “Dawei Project’s Road Link: Hidden Costs from Project’s Impacts and Affected Communities’ Design Process to Handle and Solve Problems Caused by the Project”

The Road Link project in the Dawei Deep Seaport and Special Economic Zone (SEZ) project was proceeded since 2011 until now. This road has a length of 138 kilometers from the Dawei SEZ project to Phu Nam Ron Thai-Myanmar checkpoint in Kanchanaburi Province. Throughout the past, the project’s operation has caused environmental and social impacts … Continue reading Research Report “Dawei Project’s Road Link: Hidden Costs from Project’s Impacts and Affected Communities’ Design Process to Handle and Solve Problems Caused by the Project”

เปิดรายงาน “ถนนเชื่อมต่อโครงการทวาย: ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อนจากผลกระทบโครงการและกระบวนการออกแบบกลไกรับมือและแก้ไขปัญหาจากโครงการโดยชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ”

โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นโครงการที่ถูกดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ถนนเส้นนี้มีความยาว 138 กิโลเมตร จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายไปยังบริเวณชายแดนไทย – พม่า ที่ด่านพุน้ำร้อน จ. กาญจนบุรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินโครงการได้สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมากต่อชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่โครงการ โดยในปัจจุบันผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อีกทั้งในขณะนี้ทางรัฐบาลไทยโดยสำนักงานความร่วมมือเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กำลังทำหน้าที่สนับสนุนโครงการให้เดินหน้าต่อทั้งในด้านการเงินและด้านวิชาการ และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วก่อนแต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบทางตรงเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดผลกระทบสืบเนื่อง หรือ ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน ที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการไม่ได้พูดถึง เช่น ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและค่าเสียโอกาสจากการสูญเสียแหล่งทรัพยากรของชุมชน นอกจากนั้นแล้วทางชุมชนที่ได้รับผลกระทบยังได้แสดงออกถึงความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นซ้ำและอาจซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว ชาวบ้านมีข้อเรียกร้องให้ทางบริษัทผู้พัฒนาโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของไทยและพม่าเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะมีการดำเนินการใด ๆ ผ่านกลไก/มาตรการที่เรียกว่า “คณะกรรมการสามฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู เยียวยาผลกระทบจากโครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย”   อ่านฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง ถนนทวายและต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน3

Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River

Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River[1] The Chinese embassy spokespersons’s remarks on the “Mekong-related Media Report Targeting China” released on 5 July 2019 and the Mekong River Council (MRC)’s recent news release on the decreasing water flow from China’s Jinghong station on 3 July 2019 are not coincidental. They are, instead, … Continue reading Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง ยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง กรณีเขื่อนไซยะบุรี

วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า นางสาวเฉลิมศรี ประเสิรฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี และนายชาญณรงค์ วงศ์ลา ผู้ฟ้องคดี ตัวแทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยขอให้ดำเนินการระงับ หรือชะลอการรับซื้อไฟฟ้าอันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนโครงการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามทำสัญญาซื้อไฟฟ้า กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ นส.เฉลิมศรี ทนายความ กล่าวว่าคดีนี้ เกิดจากวิกฤติน้ำโขงเหือดแห้งกระทันหันในช่วงเดือนนี้ โดยเฉพาะในเขตพรมแดนไทยลาว ท้ายน้ำจากโครงการเขื่อนไซยะบุรี ทำให้ประชาชนไทยที่อาศัยในชุมชนริมโขง ในจ.เลย หนองคาย และจังหวัดภาคอีสานอื่นๆ ที่ติดลำน้ำโขงได้รับผลกระทบ โดยในคำฟ้องระบุว่า เมื่อโครงการเขื่อนไซยะบุรีสร้างเสร็จแล้วจะปล่อยน้ำไหลผ่านในแต่ละวันเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า โดยไม่มีการกักเก็บน้ำไว้ ดังนั้นน้ำในลุ่มน้ำโขงจะเป็นปติตลอดทั้งปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม พบว่าืระดับน้ำท้ายน้ำจากเขื่อนลดลงอย่างกระทันทัน และส่งผลกระทบต่อ ปลา สัตว์น้ำ ระบบนิเวศ พืช และระบบประปาที่สูบน้ำโดยตรงจากแม่น้ำโขง พบว่าเมื่อมีประกาศว่ามีการดำเนินการทดลองผลิตไฟฟ้า ก็เกิดเหตุการณ์ปลาแห้งตายตามแก่ง แพสูน้ำประปาค้างริมตลิ่ง … Continue reading เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง ยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง กรณีเขื่อนไซยะบุรี

ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี

จากเอกสารของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ที่เผยแพร่ให้สื่อมวลชนในการไปดูเขื่อนไซยะบุรี ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2562มีจำนวน 8 หน้า นับเป็นเอกสารที่แปลก ตรงที่ไม่มีการระบุชื่อเรื่องเอกสาร แต่เมื่ออ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่า บริษัทฯต้องการบอกว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลเข้าเท่ากับน้ำไหลออก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสถานการณ์น้ำโขงแห้งในภาคอีสานของไทย สาเหตุมาจาก เขื่อนจีนปล่อยน้ำมาน้อยประกอบกับปริมาณฝนที่ตกน้อยในรอบ 100 ปี พร้อมด้วยชุดข้อมูลอ้างอิงเรื่องน้ำโขง, น้ำฝน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในเอกสารทั้ง 8 หน้า ไม่ได้มีข้อมูลตัวเลขอัตราการไหลของน้ำโขง ที่ระบุให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า น้ำโขงไหลเข้าเท่ากับน้ำโขงไหลออกและมีข้อมูลหลายประการในเอกสารนี้ที่มีมุมมองในด้านที่แตกต่างออกไป ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไปนี้ น้ำโขงมาจากไหน? เอกสารฉบับนี้ ยอมรับโดยดุษฎีว่ามองจากจุดยืนบนสันเขื่อนไซยะบุรีว่า น้ำโขงไม่ได้มาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังยอมรับด้วยว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ในจุดยืนเดียวกันกับคนที่แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน จ.เลย หรือที่หาดจอมมณี อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ย่อมมองว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนและเขื่อนไซยะบุรีที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ได้เช่นกัน เพราะเป็นเขื่อนที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด  สาระสำคัญคือ บริษัทฯได้ยอมรับว่า “เขื่อน” เป็นปัจจัยสำคัญของการระบายน้ำมากหรือน้อย ซึ่งเขื่อนไซยะบุรีก็ไม่ได้มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด Natural … Continue reading ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี