Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights

This report “Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries: Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights.” was translated from the Thai version that finished in September 2017. it contains 12 case studies in different countries, classified by country, consisting of; Laos; Xayaburi hydropower project, Pak Beng hydropower project, Hongsa coal – fire … Continue reading Thailand’s Direct Investments in Neighbouring Countries Impacts to the Environment and Communities, and Violations of Human Rights

โรงงานร้าง ศูนย์ปฏิบัติการฯ อันว่างเปล่า และความรับผิดชอบที่ตกค้างของทุนน้ำตาลไทยในเกาะกง

เรื่องและภาพ โดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ศูนย์ปฏิบัติการวิชาการ ถุงปุ๋ยชีวภาพ และกองขวดสารเคมีเกลื่อนกลาด ที่มีข้อความกำกับและอธิบายเป็นภาษาไทยนี้ข้ามเขตแดนไทยมาปรากฏอยู่บนพื้นที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ที่แต่เดิมเต็มไปด้วยอ้อยจำนวนมากมายมหาศาลกว่าเกือบ 20,000 เฮกตาร์ ในพื้นที่อำเภอสเรอัมเบล จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่สัมปทานเพื่อปลูกอ้อยและจัดตั้งโรงงานน้ำตาลของบริษัท เกาะกงการเกษตร จำกัด (Koh Kong Plantation Company Limited : KPT) และ บริษัท น้ำตาลเกาะกง จำกัด (Koh Kong Sugar Industry Company Limited : KSI) บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ทุนน้ำตาลที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย ซึ่งเข้ามาปักหลักลงทุนในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2,000 ล้านบาท แต่น่าแปลกที่สภาพของอาคารศูนย์ปฏิบัติการ และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เช่น อาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน … Continue reading โรงงานร้าง ศูนย์ปฏิบัติการฯ อันว่างเปล่า และความรับผิดชอบที่ตกค้างของทุนน้ำตาลไทยในเกาะกง

บริษัทเหมืองแร่ไทยในทวาย แพ้คดีต่อชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในกรณีเหมืองเฮงดา

ศาลทวายมีคำพิพากษาตัดสินให้นายซอ ดา เชว (Saw Dah Shew) ชนะคดีแพ่งต่อบริษัทเมียมาร์ พงษ์พิพัทธ์ จำกัด โดยศาลสั่งให้ทางบริษัทฯ จ่ายค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 114,800,000 จั๊ต (หรือราว 2,400,000 บาท) เนื่องจากการดำเนินการของบองบริษัทในกิจการเหมืองแร่ดีบุกส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 ทาง The Mekong Butterfly ได้รับแจ้งแถลงข่าวจากภาคประชาสังคมในเมืองทวาย ประเทศเมียนมาว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคม ศาลชั้นต้นเมืองทวายมีคำพิพากษาให้ทางบริษัท เมียนมาร์ พงษ์ พิพัทธ์ จำกัด บริษัทของนักธุรกิจชาวไทยซึ่งจดทะเบียนในเมียนมาจ่ายค่าชดเชยทางแพ่งให้กับนายซอ ดา เชว ชาวบ้านหมู่บ้านกะบันเชาว์ (Kin Baung Chaung) หลังจากที่ทางนาย ซอ ดา เชว ฟ้องคดีต่อทางบริษัทฯ ให้มีการจ่ายค่าชดเชยหลังจากที่การดำเนินการของบริษัทฯ สร้างผลกระทบต่อทรัพย์สิน การดำเนินชีวิต และสิ่งแวดล้อมของพวกเขา โดยทางนายซอ ดา เชว ได้ยื่นฟ้องศาลไปตั้งแต่ปี … Continue reading บริษัทเหมืองแร่ไทยในทวาย แพ้คดีต่อชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบในกรณีเหมืองเฮงดา

Deep in Blue (Mekong) : ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน และโขงคราม กับความ “ขึด” ของเขื่อนที่กระทำต่อแม่น้ำโขง

ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร ในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บนหน้าสื่อสังคมออนไลน์ได้ปรากฏภาพของแม่น้ำโขงสีครามจากหลายพื้นที่ในจังหวัดริมโขง ไล่ลงมานับตั้งแต่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยจนถึงอุบลราชธานี ผู้คนในโลกเสมือนต่างพากันแสดงความตกตะลึงและชื่นชมความสวยงามนี้ และอยากจะลองไปเที่ยวชมความงามที่หาได้ยากจากที่ไม่ปรากฏในสถานการณ์ปกติ โดยปกติแล้วน้ำโขงจะเป็นสีขุ่นหรือสีปูน แม้ว่าในช่วงฤดูแล้งผิวน้ำจะมีลักษณะที่ใสลงมาบ้าง แต่ก็ไม่มากจนเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์โขงครามทั่วท้องน้ำอย่างที่เห็น ราวกับเป็นกระจกใสเช่นนี้ในทุกพื้นที่ หากจะเปรียบเทียบให้ชัดเจนเราจะเห็นความขุ่นของแม่น้ำโขงได้เมื่อไปยืนชมแม่น้ำโขงในจุดที่แม่น้ำโขงได้พบเจอกับแม่น้ำมูน หรือบริเวณที่เรียกว่า “แม่น้ำสองสี” แต่ขณะนี้น้ำโขงได้ใสเทียบเท่าและอาจจะมากกว่าแม่น้ำมูนไปแล้ว หรือหากมองไปในแม่น้ำโขงบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำจะมีสีขุ่นชัดเจน เมื่อเทียบกับพื้นที่กลางน้ำ วลีที่ใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและบ่งบอกธรรมชาติของสองสายน้ำที่ว่า “โขงสีปูน มูนสีคราม” จึงไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป ใต้ความสวยพิฆาตของแม่น้ำโขงในขณะนี้ ลึกลงไปในรายละเอียดเราจะพบว่าจริง ๆ แล้วแม่น้ำโขงกำลังหิวโหย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “hungry water effect” เกิดจากการที่น้ำไม่มีตะกอนให้กิน หรือไม่มีตะกอนพัดมากับน้ำเลย ทั้งนี้เนื่องจากว่าตะกอนที่ปกติพัดมากับการไหลของสายน้ำถูกกักไว้อย่างผิดธรรมชาติ โดยเขื่อนกั้นลำน้ำโขงสายหลัก ตะกอนปริมาณมหาศาลจมลงจากผิวน้ำลงสู่ใต้น้ำ เกิดภาวการณ์ตกตะกอน น้ำที่เล็ดลอดออกมาจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนที่ก่อนหน้านี้ถูกกักไว้จึงกลายเป็นสีครามอย่างที่เห็น เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และนักวิชาการที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง ได้ร่วมกันจัดงานเสวนา “น้ำท่วมหน้าแล้ง น้ำแห้งหน้าฝน สู่โขงสีคราม: ปัญหา ผลกระทบ และความรับผิดชอบ” ณ สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน (สะพานหัวช้าง) … Continue reading Deep in Blue (Mekong) : ท่วมหน้าแล้ง แห้งหน้าฝน และโขงคราม กับความ “ขึด” ของเขื่อนที่กระทำต่อแม่น้ำโขง

ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562

ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562 โดย เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดแม่น้ำโขง 7 พฤศจิกายน 2562 สืบเนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลผ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่เขื่อนไซยะบุรี เริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อขายอย่างเป็นทางการให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้น เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ซึ่งทำงานติดตามกรณีผลกระทบจากการพัฒนาบนแม่น้ำโขงมาตลอด ขอมีข้อชี้แจง ดังนี้ 1.ข้อเท็จจริงที่อวดอ้างบนสื่อ: “โรงไฟฟ้าต้นแบบ “ฝายทดน้ำขนาดใหญ่” Run of river มีการอธิบายว่าโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ผลิตไฟฟ้าโดยอาศัยการยกระดับน้ำ บริหารจัดการน้ำแบบ in flow = out flow  ยกระดับเท่าตลิ่งในช่วงฤดูน้ำหลาก ยกระดับเพียง 1 ครั้งตลอดอายุของโรงไฟฟ้า ไม่มีอ่างเก็บน้ำ ข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่: แม้จะเรียกตัวเองว่า “ฝายทดน้ำ” แต่โครงสร้างของเขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ พาดผ่านกลางลำน้ำโขง ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คือ … Continue reading ข้อเท็จจริง 8 ประการจากผู้เชี่ยวชาญและจากพื้นที่แม่น้ำโขง กรณีเขื่อนไซยะบุรี ที่มีการเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ 29 ตุลาคม2562

9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี

ชวนอ่านรายงานการศึกษาล่าสุดของ The Mekong Butterfly "ต้นทุนที่ถูกซ่อนภายใต้ข้อจำกัดด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบ ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขง: 9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี" (The hidden cost of hydropower dams in the Mekong river basin: 9 years of repeated history of lack of Governance and Accountability) รายงานฉบับนี้มีความมุ่งหวังที่จะวิเคราะห์ให้เห็นถึง ต้นทุนจากโครงการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่ถูกซ่อน และเป็นภาระต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตั้งแต่การสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรก คือเขื่อนไซยะบุรี เมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา และติดตามมาด้วยแผนการสร้างอื่นตัวอื่น ๆ อีก 3 แห่ง คือ โครงการเขื่อนดอนสะโฮง, เขื่อนปากแบ่ง และเขื่อนปากลาย โดยเขื่อนไซยะบุรีจะมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าอย่างเป็นทางการให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ความเสียหายจากเขื่อนไซยะบุรีที่เกิดขึ้นกับชุมชน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศแม่น้ำโขง … Continue reading 9 ปีของประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนไซยะบุรี

เปิดรายงาน “ถนนเชื่อมต่อโครงการทวาย: ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อนจากผลกระทบโครงการและกระบวนการออกแบบกลไกรับมือและแก้ไขปัญหาจากโครงการโดยชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ”

โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นโครงการที่ถูกดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ถนนเส้นนี้มีความยาว 138 กิโลเมตร จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายไปยังบริเวณชายแดนไทย – พม่า ที่ด่านพุน้ำร้อน จ. กาญจนบุรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินโครงการได้สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมากต่อชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่โครงการ โดยในปัจจุบันผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อีกทั้งในขณะนี้ทางรัฐบาลไทยโดยสำนักงานความร่วมมือเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กำลังทำหน้าที่สนับสนุนโครงการให้เดินหน้าต่อทั้งในด้านการเงินและด้านวิชาการ และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วก่อนแต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบทางตรงเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดผลกระทบสืบเนื่อง หรือ ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน ที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการไม่ได้พูดถึง เช่น ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและค่าเสียโอกาสจากการสูญเสียแหล่งทรัพยากรของชุมชน นอกจากนั้นแล้วทางชุมชนที่ได้รับผลกระทบยังได้แสดงออกถึงความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นซ้ำและอาจซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว ชาวบ้านมีข้อเรียกร้องให้ทางบริษัทผู้พัฒนาโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของไทยและพม่าเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะมีการดำเนินการใด ๆ ผ่านกลไก/มาตรการที่เรียกว่า “คณะกรรมการสามฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู เยียวยาผลกระทบจากโครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย”   อ่านฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง ถนนทวายและต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน3