รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๖๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม The Conecion ๐๙.๓๐ เริ่มด้วยการนำเสนอในหัวข้อ “โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย: มองอดีต ก่อนเดินหน้า” Thant Zin (ภาคประชาสังคมเมียนมา)  ในทวายตอนนี้นอกจากจะมีโรดลิ้งค์แล้วเรายังมีโครงการเหมืองขนาดใหญ่อีกสองแห่งซึ่งไฟฟ้าที่ได้ทั้งหมดจะส่งให้ประเทศไทย และการตั้งเป้าหมายด้านเศรษฐกิจเป็นหลักของรัฐบาลก็ส่งผลให้ชาวบ้านโดยเฉพาะในพื้นที่กะเหรี่ยงต้องถูกแย่งยึดที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินกว่า ๘๐,๐๐๐ เอเคอร์ของชาวบ้านต้องถูกรัฐบาลยึดไป และในพื้นที่ตะนาวศรีซึ่งจะเป็นที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ที่ดินถึง ๑.๘ ล้านเอเคอร์ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีตั้งแต่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงผลกระทบทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งหากจะยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับผลกระทบในทุกๆ ด้านนั่นก็คือโครงการเหมืองแร่เฮงดา ชาวบ้านในพื้นที่ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วก็คือ เราได้ยื่นข้อร้องเรียนกรณีโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทย จนได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา และยังได้ทำงานร่วมกับ ETO Watch Coalition ในการติดตามประเด็นเงินกู้สร้างถนนเชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งที่เราจะวางแผนทำต่อไปในอนาคตอันใกล้คือการสร้างความเข้าใจและและผลักดันศักยภาพของภาคประชาชน เช่นที่หมู่บ้านกาโลนท่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านสำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบจากโครงการต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และอีกเป้าหมายหนึ่งคือจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร (The Mekong Butterfly) ให้ข้อมูลเรื่องโครงการถนนเชื่อมต่อสองช่องทางและข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านและภาคประชาสังคมซึ่งจะจัดทำเป็นรายงานการศึกษาว่า เมื่อ วันที่ ๒๙ … Continue reading รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

เหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขา ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อย ที่ตั้งในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้แตกลงและทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 500 ล้านลูกบาศ์กเมตร หรือเกือบครึ่งหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ ได้ไหลทะลักลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน และต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำเซกองตอนล่าง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนลาวหลายพันคนอยู่ในขณะนี้นั้น หลายฝ่ายเริ่มจับตามองไปยังบริษัทที่ร่วมลงทุนก่อสร้าง ธนาคารของไทยที่ให้เงินกู้ บริษัทที่ปรึกษา รวมทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) ในฐานะผู้ซื้อไฟฟ้า และมีส่วนเป็นเจ้าของเขื่อนด้วยผ่าน บมจ. ราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนต้องอยู่ในห่วงโซ่ความรับผิดชอบตามแต่ละบทบาทหน้าที่ของตัวเองทั้งสิ้น แผนภูมินี้ ปรากฎในเวปของบริษัทไฟฟ้า เซเปียนเซน้ำน้อยจำกัด http://www.pnpclaos.com/index.php/en/about-pnpc/business-structure เริ่มด้วยความรับผิดชอบของการศึกษาและออกแบบสร้างเขื่อนของบริษัทที่ปรึกษา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของการพยากรณ์ปริมาณฝน ไม่ว่าจะใช้คาบ 100 ปี 1000 ปี หรือ 10,000 ปี หรือขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตาม เพียงปีแรกที่กำลังจะเริ่มใช้งานก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นไม่ว่าขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตามปริมาณน้ำฝนขณะนี้ก็อาจกลายเป็นสถานการณ์ที่ "เกินความคาดหมายการพยากรณ์" โช่ข้อต่อไป อยู่ที่สถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง ที่เป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และโดยปกติธนาคารก็จะต้องตรวจสอบโครงการทั้งหมดในทุก ๆ ด้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องความสามารถในการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยจากโครงการ และการพิจารณาความเสี่ยงต่าง ๆ ที่โครงการจะไม่สามารถดำเนินการและชำระหนี้ได้ … Continue reading ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย