รายงานศึกษาวิจัย “ถนนเชื่อมต่อโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย” : การตรวจสอบธรรมาภิบาลการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการ

โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (ต่อไปนี้จะขอเรียกว่า “โครงการทวาย”) เป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ริเริ่มจากรัฐบาลสองประเทศ คือ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเมียนมา นับตั้งแต่ปี 2551 โดยมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ร่วมกัน โดยตกลงที่จะร่วมพัฒนาเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งของทั้งสองประเทศโดยเริ่มจากส่วนหัวงานโครงการทวายคือในส่วนท่าเรือน้ำลึกของโครงการฯ ไปยังท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทย  โดยคาดว่าโครงการจะสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับทั้งสองประเทศ โดยเมียนมาจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย การลงทุนขนาดใหญ่ขณะที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่โครงการพัฒนาชายฝั่งด้านตะวันออก หรือ อีสเทิร์นซีบอร์ด และในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวายจะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้า การผลิต และการขนส่งที่สำคัญในระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ด้วย (Southern Economic Corridor)  โดยมีบริษัทเอกชนไทยคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งได้รับสิทธิในการพัฒนาและดำเนินการบริหารโครงการฯ ตามระยะเวลาการเช่าที่ดิน 75 ปี ในพื้นที่ 250 ตารางกิโลเมตร (กว่า 1.5 แสนไร่ หรือประมาณเกือบ 10 เท่าของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด) รวมทั้งการก่อสร้างถนนเชื่อมโยงพรมแดนระหว่างไทย-เมียนมา  จากพื้นที่โครงการไปยังด่านพุน้ำร้อนที่ จ. กาญจนบุรี ในระยะทาง 138 กิโลเมตร … Continue reading รายงานศึกษาวิจัย “ถนนเชื่อมต่อโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย” : การตรวจสอบธรรมาภิบาลการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการ

Research report: “Dawei Special Economic Zone (SEZ) Road Link Project: Examining Governance of State and Private Investments”

The Dawei Special Economic Zone Project (the Dawei SEZ project) is a large-scale development project announced by the Thai and Myanmar governments in 2008. The memorandum of understanding (MOU) was signed to set the two governments’ cooperation to connect their countries’ infrastructures and economies. The Dawei SEZ project will be linked to Thailand’s Laem Chabang … Continue reading Research report: “Dawei Special Economic Zone (SEZ) Road Link Project: Examining Governance of State and Private Investments”

รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๖๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม The Conecion ๐๙.๓๐ เริ่มด้วยการนำเสนอในหัวข้อ “โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย: มองอดีต ก่อนเดินหน้า” Thant Zin (ภาคประชาสังคมเมียนมา)  ในทวายตอนนี้นอกจากจะมีโรดลิ้งค์แล้วเรายังมีโครงการเหมืองขนาดใหญ่อีกสองแห่งซึ่งไฟฟ้าที่ได้ทั้งหมดจะส่งให้ประเทศไทย และการตั้งเป้าหมายด้านเศรษฐกิจเป็นหลักของรัฐบาลก็ส่งผลให้ชาวบ้านโดยเฉพาะในพื้นที่กะเหรี่ยงต้องถูกแย่งยึดที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินกว่า ๘๐,๐๐๐ เอเคอร์ของชาวบ้านต้องถูกรัฐบาลยึดไป และในพื้นที่ตะนาวศรีซึ่งจะเป็นที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ที่ดินถึง ๑.๘ ล้านเอเคอร์ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีตั้งแต่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงผลกระทบทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งหากจะยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับผลกระทบในทุกๆ ด้านนั่นก็คือโครงการเหมืองแร่เฮงดา ชาวบ้านในพื้นที่ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วก็คือ เราได้ยื่นข้อร้องเรียนกรณีโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทย จนได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา และยังได้ทำงานร่วมกับ ETO Watch Coalition ในการติดตามประเด็นเงินกู้สร้างถนนเชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งที่เราจะวางแผนทำต่อไปในอนาคตอันใกล้คือการสร้างความเข้าใจและและผลักดันศักยภาพของภาคประชาชน เช่นที่หมู่บ้านกาโลนท่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านสำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบจากโครงการต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และอีกเป้าหมายหนึ่งคือจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร (The Mekong Butterfly) ให้ข้อมูลเรื่องโครงการถนนเชื่อมต่อสองช่องทางและข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านและภาคประชาสังคมซึ่งจะจัดทำเป็นรายงานการศึกษาว่า เมื่อ วันที่ ๒๙ … Continue reading รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

บันทึก ณ เดือนธันวาคม 2559   นับตั้งแต่ที่ฉันมาเยือนหมู่บ้านอันแตง (Andin) หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตภูเขาพะลึน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของเมืองเย รัฐมอญ ประเทศเมียนมา นั้น สิ่งที่ฉันรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือ ความหลากหลายของระบบนิเวศที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้เป็นของขวัญและเงื่อนไขในการดำรงชีวิตของผู้คนที่น่ารักที่นี่ เหตุที่ฉันประทับใจก็เพราะว่าระบบนิเวศของที่นี่มีลักษณะที่หลากหลายและเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนอย่างน่าทึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ห้าส่วนด้วยกันคือ  ภูเขา ทุ่งนา ป่าชายเลน หาดทราย และทะเล โดยเฉพาะในส่วนของภูเขานั้นมีระบบนิเวศอย่างหนึ่งที่โดดเด่น แปลกตา และดูเหมือนจะเป็นแหล่งรายที่สำคัญที่สุดขงคนที่นี่ นั่นคือ สวนหมาก สวนหมากที่นี่มีลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปคือมีต้นไม้ที่เกิดจากการเพาะปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละต้นมีขนาดผอมเพรียว แต่สูง และมีลูกหมากสีส้มสด อันบ่งบอกถึงความสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว แต่สวนหมากก็ใช่ว่าจะมีแต่หมากเสียเมื่อไหร่ ภายในสวนหมากยังมีพืชผักหลากหลายชนิดที่ถูกปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติขึ้นแซมอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ส้มหลากชนิด สับปะรด ไผ่ ส้มโอ ต้นพริก และอื่น ๆ นั่นเป็นการบ่งบอกว่าผู้ที่อยู่อาศัยที่นี่ไม่ได้หวังพึ่งแต่เพียงหมากเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากพื้นที่สวนหมาก ให้กลายเป็นสวนส่วนผสม เพื่อดำรงความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัวและชุมชน  ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในหลาย ๆ ที่ที่ปลูกพืชในลักษณะผสมภายใต้การผลิตเชิงอุตสาหกรรมแบบนี้ หมากและผลไม้เหล่านี้สร้างคุณค่าทางอาหาร โภชนาการ และความมั่นคงในชีวิตของพวกเขามาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน การปลูกหมากที่นี่ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างมาก เพราะหมากมีราคาสูงและมีความเสถียรของราคาในตลาดค่อนข้างมาก มากกว่าพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น … Continue reading บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน

"ถ่านหินที่ถูกขุดขึ้นมาจากพื้นดินในจำนวนมหาศาล ไม่ต่างอะไรจากมังกรที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลใต้พิภพพร้อมที่จะเข่นฆ่า ประหัตประหาร แผดเผา ทำลายผู้คนให้มอดไหม้ หากแต่ถ่านหินนั้นไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนด้วยการพ่นไฟออกมา แต่มันเลือดเย็นกว่านั้น ถ่านหินกลืนกินมนุษย์ สัตว์ป่า ต้นไม้ใบหญ้า และแม่น้ำลำธาร"  กว่า 7 ปีที่หมู่บ้านกุนชองยี หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงคริสต์ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหมู่บ้านที่ไม่ใช่ภัยจากการสู้รบที่พวกเขาเผชิญระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังกะเหรี่ยง อันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์หลายทศวรรษ อันเปรียบเสมือนปีศาจตนหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่ต้องล้มตายจากการสู้รบ หรือแม้กระทั่งระหกระเหินออกจากถิ่นเกิดเมืองนอนไปอาศัยอยู่ ณ ที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือ เข้ามาประสบพบเจอกับชะตากรรมในต่างแดนอย่างประเทศไทย หากแต่เป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 504.8 เอเคอร์ หรือประมาณ 1262 ไร่ พื้นที่เหมืองถ่านหินบานชอง ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกุนชองยี พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นพื้นที่ทำกินของชุมชนมาก่อน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีมงาน The Mekong Butterfly ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะนักเดินทางที่กำลังติดตามการดำเนินการของเหมืองบานชอง เหมืองถ่านหินที่ดำเนินการโดยบริษัทคนไทยในพื้นที่ชาวกะเหรี่ยง ภายใต้อิทธิพลทางอำนาจของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เพื่อติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลังจากที่เหมืองดังกล่าวเริ่มดำเนินการไปได้กว่า 7 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เมื่อมีการลงนามในสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท อีส สตาร์ จำกัด และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU โดยทาง … Continue reading บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน