ผักแซ่บริมโขง: ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

วิถีชีวิตการการหาอยู่หากินของคนริมโขงนอกจากจะหาปลากันตลอดปีแล้ว ยังมีผักหลายชนิดที่หาเก็บได้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงน้ำลงที่พืชผักจะโผล่พ้นน้ำให้เราได้เก็บเกี่ยว วันนี้ที่บ้านต้าย ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ชาวบ้านจึงได้ของแซ่บหน้าแล้งเป็นผัก 2 ชนิด คือผักคราด และผักขี้ขมหรือผักดางขม 🌿ผักคราดนี้มีรสออกเผ็ดชาลิ้น เหมาะกินสดแกล้มส้มตำ แจ่ว ซุปหน่อไม้ หรือจะนำไปทำแกงหน่อไม้ แกงปลาก็ได้ 🌿ผักขี้ขม หรือดางขม มีรสออกขมตามชื่อ เหมาะนำมาแกงปลาเพื่อดับกลิ่นคาว เป็นผักแซ่บนิยมกินกันทั่วไปตลอดพื้นที่แนวแม่น้ำโขง ตัวอย่างผักที่เก็บได้วันนี้จะนำมาแกงคู่กับปลาที่หาได้ในแม่น้ำโขงเช่นกัน เรียกว่าลงโขงครั้งเดียวก็ได้วัตถุดิบอย่างดีไปทำอาหารกินในครอบครัวได้หลายมื้อ ยิ่งช่วงเวลาที่ไม่นานสำหรับการโผล่พ้นน้ำในหน้าแล้งให้ได้เก็บกินนั้น จึงนับว่าผักตามฤดูเหล่านี้หายาก เป็นของดีของเด็ด เมื่อถึงฤดูน้ำหลากผักก็จะออกดอกแพร่เมล็ดพันธุ์ให้ไหลไปตามสายน้ำเพื่อรอโอกาสงอกและเติบโตใหม่ในฤดูแล้งหน้า . หากช่วงน้ำลดไม่นานพอหรือน้ำหลากขึ้นลงไม่เป็นฤดูตลอดปี ผักหลายชนิดที่อาศัยปัจจัยของระดับน้ำและวงจรเติบโตตามช่วงเวลาเช่นนี้จะไม่อาจขยายพันธุ์ได้อีกต่อไป ตลอดมาและในอนาคตการปล่อยและกักน้ำจากเขื่อนได้เป็นตัวแปรทำให้ผักพื้นบ้าน รวมทั้งพืชพันธุ์ท้องถิ่น พืชน้ำที่สำคัญต่อระบบนิเวศและการหากินของปลา ไปจนถึงพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงที่มีวงจรชีวิตพึ่งพิงฤดูกาลเช่นกันนั้นลดจำนวนลงเรื่อยๆ การลงโขงหนึ่งครั้งได้แกงกินไปหลายมื้อของชาวบ้านอาจไม่มีอยู่จริงอีกหากการพัฒนา เช่นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่เกิดขึ้นตลอดสายน้ำโขงและน้ำสาขายังคงรุกรานแหล่งอาหารหลักของคนทั้งลุ่มน้ำเช่นนี้

จับเข่าคุย 6 ลูกแม่น้ำโขง

The Mekong Butterfly จับเข่าคุยสบาย ๆ ในเรื่องซีเรียส ด้วย 3 คำถามสำคัญ (ปัญหา สาเหตุของปัญหา และวิธีการตั้งรับปรับตัวในสถานการณ์ปัจจุบัน) กับ 6 ลูกน้ำโขง จาก 6 พื้นที่ริมโขง ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันผวนของแม่น้ำโขงมาตลอดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งภัยพิบัติอุทกภัย ระดับน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ อันมีต้นตอจากสิ่งที่เห็นตรงกันว่า เขื่อน บนแม่น้ำโขงสายหลักและลำน้ำสาขาคือคำตอบของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมเผยให้เห็น “ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน (hidden cost)” จากการทำงานของเขื่อนบนแม่น้ำโขง ที่ “คนข้างบน” ควบคุมได้แต่ “คนข้างล่าง” ไม่อาจควบคุม ส่งผลให้องค์ความรู้ที่มีอยู่ของลูกน้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ศึกษาจากธรรมชาติของแม่น้ำโขง กลับกลายมาเป็นศึกษาจากการทำงานของเขื่อนเพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อันนำไปสู่การตั้งรับ/ปรับตัวในแง่มุมต่าง ๆ สอน จำปาดอก  บ้านสำโรง หมู่ 5 อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ปัญหา/ความผิดปกติของแม่น้ำโขงในขณะนี้ “สิ่งที่ผิดปกติในตอนนี้คือ น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ ช่วงนี้หน้าแล้ง แต่น้ำขึ้น ทำให้เกษตรริมโขงได้รับผลกระทบ พืชที่ได้รับผลกระทบก็พวกมันแกว ถั่วลิสง ถั่วดิน ข้าวโพด คนมีมากก็ปลูกมาก … Continue reading จับเข่าคุย 6 ลูกแม่น้ำโขง

ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน: ภัยพิบัติแฝงจากน้ำเขื่อนต่อชาวบ้านริมโขง จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน[1]เรื่องพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนเซินติญ (SON-TINH) โดยส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง ของประเทศไทยจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 18-21 กรกฎาคม และในช่วงวันที่ 17 สิงหาคม ก็มีพายุโซนร้อนเบบินคา (BEBINCA) [2] ที่พัดเข้าประเทศลาวจนทำให้ไทยได้ผลกระทบจากมรสุมนี้เช่นกัน พายุในช่วงเวลานี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งในการเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสานครั้งใหญ่โดยเฉพาะจังหวัดติดแม่น้ำโขงเมื่อเดือน กรกฎาคม-ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนจากการสูญเสียไร่นาแปลงเกษตรและบ้านเรือนที่ต้องเสียหายจากน้ำเอ่อขังนานร่วมสามเดือน ทว่ามิใช่เพียงเหตุผลจากพายุซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลในแต่ละปีเท่านั้น หากปัญหาจากระบบจัดการน้ำอันเป็นสาเหตุภายในที่ซ้ำเติมให้ชาวบ้านต้องรับเคราะห์จากการดูแลจัดการน้ำที่ไม่เป็นระบบและความไม่เข้าใจธรรมชาติของระบบนิเวศทั้งจากรัฐและเอกชนที่ผุดโครงการพัฒนาอันส่งผลต่อทิศทางการไหลของน้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งการสร้างเขื่อนในลำน้ำสาขาและฝายในลำห้วยซึ่งเชื่อมสู่แม่น้ำโขง แม้กระทั่งการถมที่ดินเพื่อสร้างสถานที่ราชการ ห้างสรรพสินค้า และการสร้างพนังกันน้ำในพื้นที่ป่าบุ่ง-ป่าทาม ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญในภาคอีสานจนสูญเสียพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ โดยปัจจุบันป่าบุง-ป่าทาม ถูกทำลายเสียหายไปแล้วเกินกว่า 50% [3]  เมื่อไม่มีพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติดังกล่าวทำให้ความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่ที่เขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อันโฆษณาว่าคุณูปการหนึ่งคือจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแก่ประชาชน หากเมื่อปริมาณน้ำฝนอันมหาศาลไหลลงสู่เขื่อนอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อรักษาสภาพไม่ให้เขื่อนพังทลาย โดยเมื่อพายุเซินติญลูกแรกสงบลง ปรากฏว่าปริมาณน้ำในเขื่อนน้ำอูนพุ่งสูงจนล้นเกิน 100% ของความจุเขื่อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม [4] จนต้องเร่งปล่อยน้ำออกมาอย่างเร่งด่วน ทั้งยังใช้กาลักน้ำถึง 50 เครื่อง เพื่อช่วยระบายน้ำเพิ่มจากการปล่อยออกอีก 1 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็น … Continue reading ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน: ภัยพิบัติแฝงจากน้ำเขื่อนต่อชาวบ้านริมโขง จ.บึงกาฬ

ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน : ความสูญเสียจากน้ำโขง (น้ำเขื่อน) ท่วม ภัยพิบัติที่ไม่อาจละเลย

ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน : ความสูญเสียจากน้ำโขง (น้ำเขื่อน) ท่วม ภัยพิบัติที่ไม่อาจละเลย เหตุการณ์โศกนาฏกรรมอุบัติภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในบริเวณเมืองสนามไชย แขวงอัตตะปือ ทางตอนใต้ของประเทศลาว จากการที่เขื่อนดินปิดกั้นช่องเขาต่ำส่วน D อันเป็นส่วนหนึ่งของเขื่อนเซเปียน - เซน้ำน้อย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบบอละเวน เกิดแตกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น สร้างความเสียหายมหาศาล เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่แสดงให้เห็นถึงต้นทุนแห่งชีวิตของผู้คนท้ายเขื่อนที่ต้องสังเวยชีวิตจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ผลผลิตของมันคือกระแสไฟฟ้ากว่า 410 เมกะวัตต์ ซึ่งกว่า 354 เมกะวัตต์ จะถูกส่งขายไปยังประเทศไทย และอีกเพียง 46 เมกะวัตต์ ใช้ในประเทศลาว แน่นอนว่าไทยเองไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงผู้รับซื้อไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้ลงทุนในโครงการด้วย โดยบริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้นในโครงการกว่า 25% ร่วมกับบริษัทจากเกาหลีอีก 2 บริษัท และรัฐวิสาหกิจลาวอีกหนึ่งบริษัท ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าโศกนาฏกรรมเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ จำนวนเขื่อนที่มากขึ้นในทุก ๆ ปีในประเทศลาวเพื่อตอบสนองการเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชียในการกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจของลาว การบริหารจัดการและตรวจสอบเขื่อนที่ยังไม่ทั่วถึงนั้นก็ยิ่งทำให้ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัย และต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และชีวิตผู้คนที่อาจสูญเสียเพิ่มในอนาคต บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ในหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการลาว ตลอดจนภาคประชาชนในภูมิภาคแม่น้ำโขงต้องหันกลับมาทบทวนนโยบายการพัฒนาจากเขื่อนของตน เหตุการณ์นี้ยังเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการเขื่อนในลาวจะต้องมีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ทางการลาวจึงได้มีการสั่งแขวน ทบทวนโครงการเขื่อนอื่น ๆ … Continue reading ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน : ความสูญเสียจากน้ำโขง (น้ำเขื่อน) ท่วม ภัยพิบัติที่ไม่อาจละเลย

เคราะห์ซ้ำ น้ำซัด ภัยพิบัติหรือน้ำมือมนุษย์

“งานเสวนา น้ำเขื่อนท่วมน้ำโขง: สิทธิข้ามพรมแดน ความรับผิดชอบ และอนาคตร่วมกัน เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดบึงกาฬ” จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในแขวงอัตตะปือ ซึ่งเกิดจากสิ่งก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ นั่นก็คือเขื่อนปิดกั้นช่องเขา ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อยได้พังทลายลงจนมวลน้ำมหาศาลกว่า 500 ล้านลูกบาศ์กเมตร ไหลบ่าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน และต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำเซกองตอนล่าง เป็นเหตุให้พี่น้องชาวลาวหลายพันคนต้องเจอภาวะสูญเสียชีวิต ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน รวมถึงการพลัดพรากจากครอบครัว ซึ่งผลกระทบทั้งหลายต้องอาศับการฟื้นฟูเยียวยาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง หากทุกวันนี้การช่วยเหลือที่มาจากผู้เกี่ยวข้องกับโครงการยังไปสู่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เพียงผลกระทบจะเกิดเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น หากยังลามไปถึงประเทศโดยรอบที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน เนื่องจากน้ำมหาศาลเหล่านั้นได้ไหลลงสู่แม่น้ำเซกอง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง อันเป็นเป็นพรมแดนต่อไปยังประเทศกัมพูชาทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ ซึ่ง 88% ของพื้นที่เกษตรใน 17 หมู่บ้านของชาวบ้านกว่า 8,000 ครอบครัวเสียหาย ขณะเดียวกันในฝั่งประเทศไทยที่อยู่เหนือพื้นที่น้ำท่วมก็ต้องเจอกับสถาณการณ์การปล่อยน้ำจากเขื่อนลาวพร้อมกัน ทั้งจากเขื่อนน้ำงึมและเขื่อนน้ำเทิน 2 ซ้ำซ้อนจนเมื่อน้ำทุกสายที่เขื่อนปล่อยมารวมกันในน้ำโขงสายหลักก็ไม่อาจรองรับได้ทั้งหมด จนหลายพื้นที่ริมโขงในภาคอีสานของไทยต้องเจอกับอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดบึงกาฬที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนลาวรุนแรงมาก โดยสาเหตุที่ทำให้น้ำโขงขึ้นสูงผิดปกติ เนื่องจากทางนายกรัฐมนตรีลาวมีคำสั่งให้ตรวจสอบเขื่อนอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มคล้ายกับเขื่อนเซเปียนที่แตกไป ส่งผลให้เขื่อนอื่น ๆ ในลาวทยอยปล่อยน้ำเพื่อรักษาระดับให้คงที่ ทำให้ระดับน้ำในฝั่งไทย โดยเฉพาะในจ.บึงกาฬสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยปัญหาอันเร่งด่วนที่เกิดขึ้นจึงเกิดเป็นวงเสวนา คำให้การชาวบ้านแม่น้ำโขง (The Mekong People’ … Continue reading เคราะห์ซ้ำ น้ำซัด ภัยพิบัติหรือน้ำมือมนุษย์

Summary Minutes from the Forum “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities”

24 August 2018, 9.30 – 16.00 hr. at The Connecion Seminar Center, Ladprao, Bangkok Introduction: On August 24th, 2018, a forum on “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities” was organized in Bangkok by ETOs Watch (a Thai civil society group) and Social Research Institute (Chulalongkorn University). The term ‘Good Governance Beyond … Continue reading Summary Minutes from the Forum “Developing Good Governance Beyond Borders in ASEAN: Voices from Communities”

รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๔๖๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ออดิทอเรียม The Conecion ๐๙.๓๐ เริ่มด้วยการนำเสนอในหัวข้อ “โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย: มองอดีต ก่อนเดินหน้า” Thant Zin (ภาคประชาสังคมเมียนมา)  ในทวายตอนนี้นอกจากจะมีโรดลิ้งค์แล้วเรายังมีโครงการเหมืองขนาดใหญ่อีกสองแห่งซึ่งไฟฟ้าที่ได้ทั้งหมดจะส่งให้ประเทศไทย และการตั้งเป้าหมายด้านเศรษฐกิจเป็นหลักของรัฐบาลก็ส่งผลให้ชาวบ้านโดยเฉพาะในพื้นที่กะเหรี่ยงต้องถูกแย่งยึดที่ดิน ซึ่งปัจจุบันที่ดินกว่า ๘๐,๐๐๐ เอเคอร์ของชาวบ้านต้องถูกรัฐบาลยึดไป และในพื้นที่ตะนาวศรีซึ่งจะเป็นที่รองรับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้ที่ดินถึง ๑.๘ ล้านเอเคอร์ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็มีตั้งแต่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงผลกระทบทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งหากจะยกตัวอย่างโครงการที่ได้รับผลกระทบในทุกๆ ด้านนั่นก็คือโครงการเหมืองแร่เฮงดา ชาวบ้านในพื้นที่ได้พยายามต่อสู้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วก็คือ เราได้ยื่นข้อร้องเรียนกรณีโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทย จนได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา และยังได้ทำงานร่วมกับ ETO Watch Coalition ในการติดตามประเด็นเงินกู้สร้างถนนเชื่อมต่อ ซึ่งสิ่งที่เราจะวางแผนทำต่อไปในอนาคตอันใกล้คือการสร้างความเข้าใจและและผลักดันศักยภาพของภาคประชาชน เช่นที่หมู่บ้านกาโลนท่า ซึ่งเป็นหมู่บ้านสำคัญอันเป็นจุดเริ่มต้นของผลกระทบจากโครงการต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และอีกเป้าหมายหนึ่งคือจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ธีรชัย ศาลเจริญกิจถาวร (The Mekong Butterfly) ให้ข้อมูลเรื่องโครงการถนนเชื่อมต่อสองช่องทางและข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านและภาคประชาสังคมซึ่งจะจัดทำเป็นรายงานการศึกษาว่า เมื่อ วันที่ ๒๙ … Continue reading รายงานการประชุม “การพัฒนาธรรมาภิบาลข้ามพรมแดนสู่อาเซียน: เสียงสะท้อนจากชุมชน”