โครงการทวาย: ว่าด้วยพัฒนาการ ผลกระทบ และการต่อสู้

หลักกิโลเมตรที่ 0 หมุดหมายอันเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ เป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษ เกือบทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ร่วมมือผลักดันโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) นับตั้งแต่ปี 2551 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะพัฒนาเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งจากท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่ากับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังของประเทศไทย โดยชูประเด็นผลประโยชน์ที่จะได้รับของทั้งสองประเทศ โดยพม่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ขณะที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่โครงการพัฒนาชายฝั่งด้านตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด และหากมองไปในระดับภูมิภาคอาเซียน ทวายจะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้า การผลิต และการขนส่งที่สำคัญในระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ด้วย (Southern Economic Corridor)  ซึ่งโดยโครงการนี้มีบริษัทเอกชนไทยคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งได้รับสิทธิในการพัฒนาและดำเนินการบริหารโครงการฯ ตามระยะเวลาการเช่าที่ดิน 75 ปี ในพื้นที่ 250 ตารางกิโลเมตร (กว่า 1.5 แสนไร่ หรือประมาณเกือบ 10 เท่าของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด) รวมทั้งการก่อสร้างถนนเชื่อมโยงพรมแดนระหว่างไทย-พม่า จากพื้นที่โครงการไปยังด่านพุน้ำร้อนที่ จ. กาญจนบุรี ในระยะทาง 132 กิโลเมตร โครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายมักถูกกล่าวถึงจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจและสื่อบางสำนักในมิติของผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยที่มิติของทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่แทบไม่ได้ถูกกล่าวถึงและยังไม่เป็นที่รับรู้กันมากนัก …

Continue reading โครงการทวาย: ว่าด้วยพัฒนาการ ผลกระทบ และการต่อสู้

Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

Introduction At present, Investors find the country attractive and opportunistic for their businesses. The energy and electricity sector is among many investors. As electricity is an important infrastructure for economic development, TTCL Public Company Limited (TTCL)[1] exemplifies an example of a foreign enterprise interested in investing in a business in Myanmar’s energy and electricity sector. …

Continue reading Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

Introduction 21 July 2014, Krungthep Turakij news[1] reported that TTCL requested the Myanmar government to move the site for a 1,000-megawatt coal-fired power plant from Thilawa Special Economic Zone to Mon State. It reasoned Thilawa SEZ’s coastline is relatively shallow, making it difficult for coal ships to dock and, subsequently, high electricity price. However, the coastal …

Continue reading Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

เหมืองถ่านหินบานชอง: ความขัดแย้งครั้งใหม่ภายใต้การลงทุนข้ามพรมแดน

ภาพโดย : Jamon Sonpednarin เราเคยกลัวลูกปืน แต่ตอนนี้เรากลัวรถขุดดิน  คำกล่าวข้างต้นเป็นคำกล่าวของชาวบ้านโดยรอบเหมืองบานชองที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของบริษัทเมียนมาและบริษัทไทย โดยก่อนหน้าที่จะมีการเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าวในพื้นที่ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างกองกำลังทหารเมียนมาและกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง แต่หลังจากที่มีการลงนามหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย กอปรกับการส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลเมียนมา ทำให้พื้นที่ที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยในพื้นที่นี้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญอย่างถ่านหินก็กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของการลงทุนของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ การเข้ามาลงทุนของบริษัทไทยในกิจการเหมืองถ่านหิน จึงเป็นชนวนสำคัญของความขัดแย้งใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หากแต่ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่สงครามเชิงอาวุธและการทหารเพื่อแย่งชิงพื้นที่การปกครอง แต่เป็นความขัดแย้งและการรุกรานของกลุ่มทุนที่เข้ามากอบโกยทรัพยากรและสร้างผลกระทบทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน ความเป็นมา เหมืองบานชอง เป็นเหมืองถ่านหินที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือบริเวณแม่น้ำบาน ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำตะนาวศรี ประเทศเมียนมา โดยตั้งอยู่ในเขตบานชอง บริเวณหมู่บ้านกะตอว์นี โดยเริ่มดำเนินการในปี 2555 หลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งในพื้นที่นี้ คือ กลุ่มชาติพันธ์กะเหรี่ยง ในนามสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ในปีนั้นรัฐบาลเมียนมามีนโยบายในการเปิดเสรีในด้านการรับการลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ต่าง ๆ พื้นที่นี้จึงตกเป็นเป้าหมายของนักลงทุน บริษัทที่ได้รับสัมปทานในขั้นต้น คือ บริษัท May Flower Enterprise Co, ltd. โดยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมาให้เข้าดำเนินการประกอบกิจการเหมืองถ่านหิน ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 บริษัท อีสต์ สตาร์ …

Continue reading เหมืองถ่านหินบานชอง: ความขัดแย้งครั้งใหม่ภายใต้การลงทุนข้ามพรมแดน

เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา: เหมืองดีบุกขนาดใหญ่ใต้เงาการลงทุนของนักธุรกิจไทย

          เหมืองเฮงดา (Heinda Mine) เป็นเหมืองแร่ดีบุกขนาดใหญ่และมีอายุเก่าแก่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองทวายราว 45 กิโลเมตร มีพื้นที่สัมปทานประมาณ 5000 ไร่ หรือราว 2097 เอเคอร์ ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำตะนาว-ศรีตอนบน ในเมืองมยิตตา (Myitta) แคว้นตะนาวศรี ทางภาคใต้ของประเทศเมียนมา อยู่ห่างจากหมู่บ้านเมียวพิว (Myaung Pyo) ไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยหมู่บ้านดังกล่าวเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เหมืองและได้รับผลกระทบจากเหมืองมากที่สุด        หมู่บ้านเมียวพิว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เหมืองเฮงดามากที่สุดนั้น มีประชากรราว 500 คน มีจำนวนครัวเรือนราว 100 ครัวเรือน ชาวบ้านที่นี่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทวายที่มีอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ซึ่งชาวบ้านที่นี่ไม่ได้จัดให้ตนเองเป็นคนกลุ่มย่อยของชาวพม่าดังที่ทางการเมียนมาจัดกลุ่มไว้         ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เช่น ทำสวนทุเรียน หมาก มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ และยางพารา ชาวบ้านบางส่วนปลูกผักเพื่อขาย …

Continue reading เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา: เหมืองดีบุกขนาดใหญ่ใต้เงาการลงทุนของนักธุรกิจไทย

Infographic : Dawei Special Economic Zone and Deep Seaport Project

Introduction Dawei Special Economic Zone (SEZ) and Deep Seaport Project will be one of Myanmar grandest investment project, both the size and the amount of capital invested. In the beginning, the project was released to cover nearly 250 square kilometers and to cost over 300 billion THB. In November 2010, the Myanmar government granted development …

Continue reading Infographic : Dawei Special Economic Zone and Deep Seaport Project

รายงานสรุปการประชุมการติดตามผลการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๒.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๗๐๙ ชั้น ๗ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[1] เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๐๐ น. เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน และฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานประธานการประชุม กล่าวเปิดและแนะนำการประชุม โดยมีความเป็นมาจากการติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของ กสม. ซึ่งเป็นการร่วมกันจัดระหว่างคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน และฐานทรัพยากร และคณะผู้ร่วมจัด ประกอบด้วย เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และสมาคมพัฒนาทวาย และมีคณะผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วม ได้แก่ สุนี ไชยรส และ สฤณี อาชวะนันทกุล และมีคณะผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมต่างๆ หลังจากนั้นประธานฯ มอบสุนี ไชยรส ดำเนินรายการ สุนี ไชยรส กสม. ชุดที่หนึ่ง (2544-2552) ผู้ดำเนินรายการ …

Continue reading รายงานสรุปการประชุมการติดตามผลการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ