Recurrent Mischiefs of the Mekong: Natural or Man-made Disasters?

Seminar “Dams Water Flooding Mekong: Transboundary Impacts, Responsibility, and the Future Together”, 2nd October 2018, Bueng Kan Province. The recent major disaster in Attapeu province of Laos PDR originated from a man-made construction, a saddle dam for Xe Pian – Xe Namnoy reservoir, which collapsed and had caused over 500 cubic meters of water to … Continue reading Recurrent Mischiefs of the Mekong: Natural or Man-made Disasters?

ASEAN National Human Rights Institutions’ Examination Task: The Investigation of Cross-border Investment and its Impacts on Community Rights; Human Rights and Environment

ASEAN National Human Rights Institutions’ Examination Task: The Investigation of Cross-border Investment and its Impacts on Community Rights; Human Rights and Environment[1] In many of our previous articles, we have presented and pointed out the deficiencies in the investment governance of Thai investors and state enterprises investing overseas especially in CLMV countries. Human rights; community … Continue reading ASEAN National Human Rights Institutions’ Examination Task: The Investigation of Cross-border Investment and its Impacts on Community Rights; Human Rights and Environment

การทำงานตรวจสอบของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในอาเซียน: ว่าด้วยการตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อสิทธิชุมชน มนุษยชนและสิ่งแวดล้อม

การทำงานตรวจสอบของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในอาเซียน: ว่าด้วยการตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อสิทธิชุมชน มนุษยชนและสิ่งแวดล้อม[1]   ในหลายบทความที่ผ่านมา กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขงได้นำเสนอและชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในธรรมาภิบาลการลงทุนของนักลงทุนไทยและภาครัฐวิสาหกิจไทยในการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่พบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อมผ่านการดำเนินโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ทั้งในส่วนของภาคพลังงาน เหมืองแร่ การสัมปทานพื้นที่ทางการเกษตรเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ หรืออุตสาหกรรมการผลิต โดยในหลายกรณี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทยก็ได้มีการรับเรื่องร้องเรียนและได้มีการตรวจสอบไปแล้ว รวมถึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังคณะรัฐมนตรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบติดตามการลงทุนข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าของการติดตามตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาคธุรกิจและรัฐวิสาหกิจของไทย แต่เรายังไม่ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ รอบข้างเราที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้น มีท่าที ข้อกังวล และความสนใจต่อประเด็นการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและภายนอกประเทศของตนอย่างไรบ้าง โดยบทความนี้จะยกตัวอย่างการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแต่ละประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยเน้นไปที่ประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในการลงทุนข้ามพรมแดนที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน และสิทธิมนุษยชนของคนในพื้นที่โครงการ   เมียนมา สำหรับในส่วนของเมียนมา หลังจากที่ได้เริ่มเปิดประเทศที่เริ่มมีบรรยากาศของสภาวะทางการเมืองที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อรับการลงทุนจากต่างประเทศในช่วงปี 2555 ก็ได้มีการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น โดยธุรกิจเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ที่มีการลงทุนด้วย ทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมา (Myanmar National Human Rights Commission: MNHRC) มีบทบาทหน้าที่มากขึ้นในการตรวจสอบการเข้ามาลงทุนของต่างชาติที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ประเด็นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีการร้องเรียนโดยประชาชนชาวเมียนมาไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของเมียนมา คือ โครงการสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ที่ลงทุนโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างเมียนมาและบริษัทเอกชนจากมาเลเซีย … Continue reading การทำงานตรวจสอบของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในอาเซียน: ว่าด้วยการตรวจสอบการลงทุนข้ามพรมแดนและผลกระทบต่อสิทธิชุมชน มนุษยชนและสิ่งแวดล้อม

ไฟฟ้าไซยะบุรี : ไร้ความเสี่ยง ด้วยสัญญา “ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย” (Take or Pay)

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในการประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น บมจ.กสิกรไทย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556 มีผู้ถือหุ้น ได้ตั้งคำถามกรณีธนาคารปล่อยกู้ให้โครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชี้แจงว่า “โครงการเขื่อนไซยะบุรีแทบจะไม่มีความเสี่ยงของการได้รับชำระหนี้ และทุกธนาคารของไทยต่างก็กระโจนเข้าสนับสนุน เพราะโครงการนี้ได้ผ่านกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการระหว่างประเทศแล้ว อีกทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดจากโครงการ และประเทศไทยก็ต้องการไฟฟ้าส่วนนี้ จึงไม่น่ากังวลในเรื่องการชำระหนี้”[1] คำชี้แจงในส่วนนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญ 2 ประการที่ผูกโยงกัน กล่าวคือ กระบวนการประกันการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการเขื่อนไซยะบุรีของ กฟผ. และการชำระหนี้เงินกู้ของโครงการเขื่อนไซยะบุรีให้แก่ธนาคารที่ร่วมกันให้เงินกู้ในโครงการนี้ ซึ่งเปรียบได้กับ ยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังคงมีเรื่องราวความเป็นมาและเป็นไปอีกมากมายมหาศาล อันเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ ที่ส่งผลทั้งหมดทั้งมวลให้ โครงการเขื่อนไซยะบุรีปลอดความเสี่ยงใด ๆ ในการลงทุน วันที่ 29 เดือนตุลาคม ปี 2562 จะเป็นวันครบรอบ 8 ปีของการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับ บริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์จำกัด และจะเป็นวันที่เขื่อนไซยะบุรีจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้แก่ กฟผ. จำนวน 1,220 เมกะวัตต์ … Continue reading ไฟฟ้าไซยะบุรี : ไร้ความเสี่ยง ด้วยสัญญา “ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย” (Take or Pay)

Records from the Field Ban Chaung Coal Mine: Sleeping Dragon Awaked by Cross-border Mining Company

"Enormous coal is unearthed from the ground just like a sleeping dragon in the geothermal woken up to kill, slay, burn out and destroy the people. The coal does not kill the people by spurting out a fire, but more brutally, it swallows humans, animals, plants, and rivers." More than 7 years, Kon Chaung Gyi … Continue reading Records from the Field Ban Chaung Coal Mine: Sleeping Dragon Awaked by Cross-border Mining Company

The Conclusion of Situation and Movement of the People, Civil Society and the relevant agencies in the implementation on the Cabinet Resolution.

The situation in which Thai capital expands into several countries in lower Mekong, as well as Myanmar and the performance, tends to increase without any mechanism to supervise. This situation brought about human rights violation by unaccountable investment in Cambodia, Lao PDR and Myanmar leading to environmental and social impacts such as the impact on … Continue reading The Conclusion of Situation and Movement of the People, Civil Society and the relevant agencies in the implementation on the Cabinet Resolution.

บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน

"ถ่านหินที่ถูกขุดขึ้นมาจากพื้นดินในจำนวนมหาศาล ไม่ต่างอะไรจากมังกรที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลใต้พิภพพร้อมที่จะเข่นฆ่า ประหัตประหาร แผดเผา ทำลายผู้คนให้มอดไหม้ หากแต่ถ่านหินนั้นไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนด้วยการพ่นไฟออกมา แต่มันเลือดเย็นกว่านั้น ถ่านหินกลืนกินมนุษย์ สัตว์ป่า ต้นไม้ใบหญ้า และแม่น้ำลำธาร"  กว่า 7 ปีที่หมู่บ้านกุนชองยี หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงคริสต์ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหมู่บ้านที่ไม่ใช่ภัยจากการสู้รบที่พวกเขาเผชิญระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังกะเหรี่ยง อันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์หลายทศวรรษ อันเปรียบเสมือนปีศาจตนหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่ต้องล้มตายจากการสู้รบ หรือแม้กระทั่งระหกระเหินออกจากถิ่นเกิดเมืองนอนไปอาศัยอยู่ ณ ที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือ เข้ามาประสบพบเจอกับชะตากรรมในต่างแดนอย่างประเทศไทย หากแต่เป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 504.8 เอเคอร์ หรือประมาณ 1262 ไร่ พื้นที่เหมืองถ่านหินบานชอง ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกุนชองยี พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นพื้นที่ทำกินของชุมชนมาก่อน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีมงาน The Mekong Butterfly ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะนักเดินทางที่กำลังติดตามการดำเนินการของเหมืองบานชอง เหมืองถ่านหินที่ดำเนินการโดยบริษัทคนไทยในพื้นที่ชาวกะเหรี่ยง ภายใต้อิทธิพลทางอำนาจของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เพื่อติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลังจากที่เหมืองดังกล่าวเริ่มดำเนินการไปได้กว่า 7 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เมื่อมีการลงนามในสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท อีส สตาร์ จำกัด และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU โดยทาง … Continue reading บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน