Photo Essay: “งูยักษ์”กัดกลืนวิถีชีวิตและผู้คน: ถนนทวายกับความเปลี่ยนแปลงของชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ

เรื่องและภาพโดย ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร "ถนนทวาย" หรือ ถนนเชื่อมต่อโครงการทวาย เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่จะเปิดม่านของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะภูมิภาคแม่น้ำโขงด้านตะวันตกสุดออกสู่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะนักลงทุนได้เข้ามาจับจ้องใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า บริการ และผู้ตนจากท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่จะถูกจัดตั้งเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติและตอบสนองการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มหึมาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเอเชียตะวันนอกเฉียงใต้ ไปยังด้านตะวันนออกสุดที่ประเทศเวียดนามด้านใต้ บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและส่วนที่ใกล้เคียงกันในหลายเส้นทางของเส้นสมมติที่ถูกขีดขึ้นและเรียกขานโดยสถาบันธนาคารระดับอย่างธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชียว่า "ระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้" ของอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง จุดประสงค์ของมัน คือ ย่นย่อระยะทางของการขนส่งสินค้าและบริการจากชายฝั่งทะเลอันดามัน ในเมืองทวายประเทศพม่าไปยังทะเลจีนใต้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านช่องแคบสำคัญอย่างช่องแคบมะละกาเพื่อไปแวะพักและถ่ายโอนสินค้า ณ ทาเรือที่ประเทศสิงคโปร์ มีการคาดการณ์กันว่าถนนเส้นนี้จะช่วยสามารถขนส่งสินค้าและบริการจากชายฝั่งทะเลอันดามันไปยังท่าเรือแหลมฉบังของไทยเพียงไม่ถึง 8 ชั่วโมงหากถนนเส้นนี้สร้างเสร็จโดยสมบูรณ์ ถนนทวายนี้มีความยาวทั้งสิ้น 138 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นจากกิโลเมตรที่ 18+500 จากตัวโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายลัดเลาะพาดผ่านแม่น้ำหลายสาย ภูเขาหลายลูก ถิ่นที่อยู่ของผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ และสัตว์ป่า ไปยังชายแดนไทย - พม่า ที่ด่านพุน้ำร้อน อำเภอบ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี ณกิโลเมตรที่ 156+500 ของโครงการ ถนนเส้นนี้มีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมันจะเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงเชื่อมต่อบ้านเก่า - กาญจนบุรี จากนั้นจึงเชื่อมไปยังถนนทางหลวงหมายเลข 81 กาญจนบุรี - บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และเชื่อมต่ออีกทอดหนึ่งไปยังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและท่าเรือแหลมฉบังของประเทศไทย … Continue reading Photo Essay: “งูยักษ์”กัดกลืนวิถีชีวิตและผู้คน: ถนนทวายกับความเปลี่ยนแปลงของชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ

Mekong Birds’ Lives

Now is the end of the spawning season of the Small Pratincole (Glareola lactea) and the Little Ringed Plover (Charadrius dubius) birds migrated to live on the sand beach emerging from the water during the dry season. This will be the last round of hatching. When these chicks can toddle and learn to live by … Continue reading Mekong Birds’ Lives

Heart-to-Heart Talk with 6 People of the Mekong

The Mekong Butterfly had a heart-to-heart talk with 6 people of the Mekong — they are from 6 different communities in Thailand located on the Mekong riverbank. Despite informal atmosphere, topics of the discussion were very earnest around problems they have been facing from irregular changes of the Mekong river over the past decade — … Continue reading Heart-to-Heart Talk with 6 People of the Mekong

Appetizing Vegetables on Mekong River Bank: an indicator for the abundance of the ecosystem

For livelihood of people along the Mekong, in addition to fishing from the river all year round, many plants or naturally grown vegetables (Pak) are available seasonally for people to forage; especially during ebbing or low-water levels when plants would emerge from under the water. Today, at Baan Tai village, Tambon Na Kung, Amphoe Pak … Continue reading Appetizing Vegetables on Mekong River Bank: an indicator for the abundance of the ecosystem

ผักแซ่บริมโขง: ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

วิถีชีวิตการการหาอยู่หากินของคนริมโขงนอกจากจะหาปลากันตลอดปีแล้ว ยังมีผักหลายชนิดที่หาเก็บได้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงน้ำลงที่พืชผักจะโผล่พ้นน้ำให้เราได้เก็บเกี่ยว วันนี้ที่บ้านต้าย ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ ชาวบ้านจึงได้ของแซ่บหน้าแล้งเป็นผัก 2 ชนิด คือผักคราด และผักขี้ขมหรือผักดางขม 🌿ผักคราดนี้มีรสออกเผ็ดชาลิ้น เหมาะกินสดแกล้มส้มตำ แจ่ว ซุปหน่อไม้ หรือจะนำไปทำแกงหน่อไม้ แกงปลาก็ได้ 🌿ผักขี้ขม หรือดางขม มีรสออกขมตามชื่อ เหมาะนำมาแกงปลาเพื่อดับกลิ่นคาว เป็นผักแซ่บนิยมกินกันทั่วไปตลอดพื้นที่แนวแม่น้ำโขง ตัวอย่างผักที่เก็บได้วันนี้จะนำมาแกงคู่กับปลาที่หาได้ในแม่น้ำโขงเช่นกัน เรียกว่าลงโขงครั้งเดียวก็ได้วัตถุดิบอย่างดีไปทำอาหารกินในครอบครัวได้หลายมื้อ ยิ่งช่วงเวลาที่ไม่นานสำหรับการโผล่พ้นน้ำในหน้าแล้งให้ได้เก็บกินนั้น จึงนับว่าผักตามฤดูเหล่านี้หายาก เป็นของดีของเด็ด เมื่อถึงฤดูน้ำหลากผักก็จะออกดอกแพร่เมล็ดพันธุ์ให้ไหลไปตามสายน้ำเพื่อรอโอกาสงอกและเติบโตใหม่ในฤดูแล้งหน้า . หากช่วงน้ำลดไม่นานพอหรือน้ำหลากขึ้นลงไม่เป็นฤดูตลอดปี ผักหลายชนิดที่อาศัยปัจจัยของระดับน้ำและวงจรเติบโตตามช่วงเวลาเช่นนี้จะไม่อาจขยายพันธุ์ได้อีกต่อไป ตลอดมาและในอนาคตการปล่อยและกักน้ำจากเขื่อนได้เป็นตัวแปรทำให้ผักพื้นบ้าน รวมทั้งพืชพันธุ์ท้องถิ่น พืชน้ำที่สำคัญต่อระบบนิเวศและการหากินของปลา ไปจนถึงพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงที่มีวงจรชีวิตพึ่งพิงฤดูกาลเช่นกันนั้นลดจำนวนลงเรื่อยๆ การลงโขงหนึ่งครั้งได้แกงกินไปหลายมื้อของชาวบ้านอาจไม่มีอยู่จริงอีกหากการพัฒนา เช่นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำที่เกิดขึ้นตลอดสายน้ำโขงและน้ำสาขายังคงรุกรานแหล่งอาหารหลักของคนทั้งลุ่มน้ำเช่นนี้

จับเข่าคุย 6 ลูกแม่น้ำโขง

The Mekong Butterfly จับเข่าคุยสบาย ๆ ในเรื่องซีเรียส ด้วย 3 คำถามสำคัญ (ปัญหา สาเหตุของปัญหา และวิธีการตั้งรับปรับตัวในสถานการณ์ปัจจุบัน) กับ 6 ลูกน้ำโขง จาก 6 พื้นที่ริมโขง ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงผันผวนของแม่น้ำโขงมาตลอดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งภัยพิบัติอุทกภัย ระดับน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ อันมีต้นตอจากสิ่งที่เห็นตรงกันว่า เขื่อน บนแม่น้ำโขงสายหลักและลำน้ำสาขาคือคำตอบของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พร้อมเผยให้เห็น “ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน (hidden cost)” จากการทำงานของเขื่อนบนแม่น้ำโขง ที่ “คนข้างบน” ควบคุมได้แต่ “คนข้างล่าง” ไม่อาจควบคุม ส่งผลให้องค์ความรู้ที่มีอยู่ของลูกน้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่ศึกษาจากธรรมชาติของแม่น้ำโขง กลับกลายมาเป็นศึกษาจากการทำงานของเขื่อนเพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อันนำไปสู่การตั้งรับ/ปรับตัวในแง่มุมต่าง ๆ สอน จำปาดอก  บ้านสำโรง หมู่ 5 อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ปัญหา/ความผิดปกติของแม่น้ำโขงในขณะนี้ “สิ่งที่ผิดปกติในตอนนี้คือ น้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ ช่วงนี้หน้าแล้ง แต่น้ำขึ้น ทำให้เกษตรริมโขงได้รับผลกระทบ พืชที่ได้รับผลกระทบก็พวกมันแกว ถั่วลิสง ถั่วดิน ข้าวโพด คนมีมากก็ปลูกมาก … Continue reading จับเข่าคุย 6 ลูกแม่น้ำโขง

รายงานการศึกษา ต้นทุนที่ถูกซ่อน: ภัยพิบัติน้ำท่วมจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว

สถานการณ์น้ำโขงท่วมสูงและต่อเนื่องในตลอดช่วง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน 2561 โดยเฉพาะในลุ่มน้ำโขงตอนล่างที่เป็นชายแดนระหว่างประเทศไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับ สปป.ลาวนั้น ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไม่เพียงพื้นที่ติดแม่น้ำโขงของทั้งสองประเทศเท่านั้น แต่แม่น้ำโขงได้ไหลย้อนกลับเข้าไปตามลำน้ำสาขาทุกสาย ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังลึกเข้าไปยังลำน้ำทุกสาย สร้างความเสียหายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งใน การประกอบอาชีพทั้งด้านการประมง และการเกษตรกรรม ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังความมั่นคงด้านอาหาร, วิถีชีวิตชุมชน รวมทั้งความเสียหายต่อสาธารณูปโภค และความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติด้วยเช่นกัน ภัยพิบัติน้ำท่วมของปีนี้ ไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนที่ตกหนักเพียงประการเดียว แต่ยังเป็นผลจากการระบายน้ำจำนวนมหาศาลและต่อเนื่อง ของเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศลาว ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงช่วงชายแดนไทย-ลาว ยังคงระดับสูงต่อเนื่องทุกสถานีวัดระดับน้ำตั้งแต่สถานีวัดระดับน้ำเชียงคาน จ.เลย ลงมาจนถึงสถานีวัดระดับน้ำโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ข้อโต้แย้งว่าการระบายน้ำของเขื่อนไม่ได้เป็นสาเหตุของน้ำท่วมนั้น ได้หมดสิ้นไปทั้งจากสถานการณ์การระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานในประเทศไทย ที่สร้างความเสียหายอุทกภัยในลุ่มน้ำเพชรตอนล่าง และในกรณีแม่น้ำโขงท่วมนั้น คำแถลงของ ดร.สอนไซย สีพันดอน ประธานคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติฉุกเฉิน และรองนายกรัฐมนตรี ของประเทศ สปป.ลาว เมื่อ วันที่ 21 กันยายน 2561 ว่า รัฐบาลประกาศ “ไม่มีการจ่ายค่าชดเชย” จากเขื่อนไฟฟ้าที่ปล่อยน้ำเนื่อง จากเป็นเหตุจำเป็นทุกเขื่อนไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชยให้หมู่บ้านที่อยู่ท้ายน้ำทางตอนล่างที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีความจำเป็นจะต้องปล่อยน้ำ ต้องรักษาระดับน้ำในเขื่อน คำแถลงดังกล่าวนี้ ยังเป็นการปกป้องผลประโยชน์ให้กับผู้ลงทุนในเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของลาวทั้งหมด … Continue reading รายงานการศึกษา ต้นทุนที่ถูกซ่อน: ภัยพิบัติน้ำท่วมจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว