ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

เหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขา ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อย ที่ตั้งในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้แตกลงและทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 500 ล้านลูกบาศ์กเมตร หรือเกือบครึ่งหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ ได้ไหลทะลักลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน และต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำเซกองตอนล่าง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนลาวหลายพันคนอยู่ในขณะนี้นั้น หลายฝ่ายเริ่มจับตามองไปยังบริษัทที่ร่วมลงทุนก่อสร้าง ธนาคารของไทยที่ให้เงินกู้ บริษัทที่ปรึกษา รวมทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) ในฐานะผู้ซื้อไฟฟ้า และมีส่วนเป็นเจ้าของเขื่อนด้วยผ่าน บมจ. ราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนต้องอยู่ในห่วงโซ่ความรับผิดชอบตามแต่ละบทบาทหน้าที่ของตัวเองทั้งสิ้น แผนภูมินี้ ปรากฎในเวปของบริษัทไฟฟ้า เซเปียนเซน้ำน้อยจำกัด http://www.pnpclaos.com/index.php/en/about-pnpc/business-structure เริ่มด้วยความรับผิดชอบของการศึกษาและออกแบบสร้างเขื่อนของบริษัทที่ปรึกษา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของการพยากรณ์ปริมาณฝน ไม่ว่าจะใช้คาบ 100 ปี 1000 ปี หรือ 10,000 ปี หรือขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตาม เพียงปีแรกที่กำลังจะเริ่มใช้งานก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นไม่ว่าขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตามปริมาณน้ำฝนขณะนี้ก็อาจกลายเป็นสถานการณ์ที่ "เกินความคาดหมายการพยากรณ์" โช่ข้อต่อไป อยู่ที่สถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง ที่เป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และโดยปกติธนาคารก็จะต้องตรวจสอบโครงการทั้งหมดในทุก ๆ ด้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องความสามารถในการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยจากโครงการ และการพิจารณาความเสี่ยงต่าง ๆ ที่โครงการจะไม่สามารถดำเนินการและชำระหนี้ได้ … Continue reading ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

Book Launch Introduction for “Report on Thailand’s Foreign Direct Investment: Impacts on Communities, Environment and Human Rights Violation”

June 15, 2018, during the event “Mekong’s People and Resources under Uncertainty: Change? Adaptation? and Leaving No One Behind?” which was the 1st National Conference on Border Study and International Development held by Area-based-Social Innovation Research Center (Ab-SIRC), School of Social Innovation, Mae Fah Luang University, the ETO Watch Coalition had a chance to present … Continue reading Book Launch Introduction for “Report on Thailand’s Foreign Direct Investment: Impacts on Communities, Environment and Human Rights Violation”

บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

บันทึก ณ เดือนธันวาคม 2559   นับตั้งแต่ที่ฉันมาเยือนหมู่บ้านอันแตง (Andin) หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตภูเขาพะลึน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของเมืองเย รัฐมอญ ประเทศเมียนมา นั้น สิ่งที่ฉันรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือ ความหลากหลายของระบบนิเวศที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้เป็นของขวัญและเงื่อนไขในการดำรงชีวิตของผู้คนที่น่ารักที่นี่ เหตุที่ฉันประทับใจก็เพราะว่าระบบนิเวศของที่นี่มีลักษณะที่หลากหลายและเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนอย่างน่าทึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ห้าส่วนด้วยกันคือ  ภูเขา ทุ่งนา ป่าชายเลน หาดทราย และทะเล โดยเฉพาะในส่วนของภูเขานั้นมีระบบนิเวศอย่างหนึ่งที่โดดเด่น แปลกตา และดูเหมือนจะเป็นแหล่งรายที่สำคัญที่สุดขงคนที่นี่ นั่นคือ สวนหมาก สวนหมากที่นี่มีลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปคือมีต้นไม้ที่เกิดจากการเพาะปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละต้นมีขนาดผอมเพรียว แต่สูง และมีลูกหมากสีส้มสด อันบ่งบอกถึงความสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว แต่สวนหมากก็ใช่ว่าจะมีแต่หมากเสียเมื่อไหร่ ภายในสวนหมากยังมีพืชผักหลากหลายชนิดที่ถูกปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติขึ้นแซมอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ส้มหลากชนิด สับปะรด ไผ่ ส้มโอ ต้นพริก และอื่น ๆ นั่นเป็นการบ่งบอกว่าผู้ที่อยู่อาศัยที่นี่ไม่ได้หวังพึ่งแต่เพียงหมากเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากพื้นที่สวนหมาก ให้กลายเป็นสวนส่วนผสม เพื่อดำรงความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัวและชุมชน  ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในหลาย ๆ ที่ที่ปลูกพืชในลักษณะผสมภายใต้การผลิตเชิงอุตสาหกรรมแบบนี้ หมากและผลไม้เหล่านี้สร้างคุณค่าทางอาหาร โภชนาการ และความมั่นคงในชีวิตของพวกเขามาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน การปลูกหมากที่นี่ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างมาก เพราะหมากมีราคาสูงและมีความเสถียรของราคาในตลาดค่อนข้างมาก มากกว่าพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น … Continue reading บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

Xaiyaburi’s Electricity: No Risk with “Take or Pay” Contract

5 years ago during the KASIKORNBANK Public Company Limited’s Annual General Meeting of Shareholders dated April 3, 2013, there was a shareholder questioning about the loan from KBank to Xaiyaburi Hydropower Project. Mr. Bantoon Lamsam, Chairman of the Board and Chief Executive Officer, explained that “the Xaiyaburi Hydropower Project hardly had any risk of getting … Continue reading Xaiyaburi’s Electricity: No Risk with “Take or Pay” Contract

บรรยายเปิดตัวหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในงาน “คนและทรัพยากรในลุ่มน้ำโขง ภายใต้ความไม่แน่นอน: การเปลี่ยนแปลง? การปรับตัว? และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง?” ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการระดับชาติด้านชายแดนศึกษาและการพัฒนาระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดยศูนย์นวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETO Watch Coalition) ได้มีโอกาสนำเสนอหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน” ตัวแทนนำเสนอ นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร กล่าวว่าการจัดพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการลงทุนและธรรมาภิบาลการลงทุนของนักลงทุนไทยในครั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมตระหนักถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มาพร้อมกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เกิดการกำกับ ควบคุม ดูแลนักลงทุนไทยที่ออกไปลงทุนข้ามพรมแดนโดยภาครัฐ ซึ่งควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการกำกับ ควบคุม ดูแล ทั้งในเชิงกฎหมายและในเชิงกลไกต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้สรุปภาพรวมและความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้โดยแบ่งออกเป็น 6 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1) ภาพรวมการเติบโตของการออกไปลงทุนในต่างประเทศของทุนไทย รวมไปถึงปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการออกไปลงทุนโดยรัฐไทย และปัจจัยดึงดูดให้เกิดการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV 2) รูปแบบการลงทุนของทุนไทยในต่างประเทศ 3) กรณีศึกษา 12 กรณีที่ทางกลุ่มติดตามอยู่ 4) … Continue reading บรรยายเปิดตัวหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

ไฟฟ้าไซยะบุรี : ไร้ความเสี่ยง ด้วยสัญญา “ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย” (Take or Pay)

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในการประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น บมจ.กสิกรไทย เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556 มีผู้ถือหุ้น ได้ตั้งคำถามกรณีธนาคารปล่อยกู้ให้โครงการเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชี้แจงว่า “โครงการเขื่อนไซยะบุรีแทบจะไม่มีความเสี่ยงของการได้รับชำระหนี้ และทุกธนาคารของไทยต่างก็กระโจนเข้าสนับสนุน เพราะโครงการนี้ได้ผ่านกระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการระหว่างประเทศแล้ว อีกทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดจากโครงการ และประเทศไทยก็ต้องการไฟฟ้าส่วนนี้ จึงไม่น่ากังวลในเรื่องการชำระหนี้”[1] คำชี้แจงในส่วนนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นสำคัญ 2 ประการที่ผูกโยงกัน กล่าวคือ กระบวนการประกันการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการเขื่อนไซยะบุรีของ กฟผ. และการชำระหนี้เงินกู้ของโครงการเขื่อนไซยะบุรีให้แก่ธนาคารที่ร่วมกันให้เงินกู้ในโครงการนี้ ซึ่งเปรียบได้กับ ยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังคงมีเรื่องราวความเป็นมาและเป็นไปอีกมากมายมหาศาล อันเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ ที่ส่งผลทั้งหมดทั้งมวลให้ โครงการเขื่อนไซยะบุรีปลอดความเสี่ยงใด ๆ ในการลงทุน วันที่ 29 เดือนตุลาคม ปี 2562 จะเป็นวันครบรอบ 8 ปีของการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับ บริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์จำกัด และจะเป็นวันที่เขื่อนไซยะบุรีจะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้แก่ กฟผ. จำนวน 1,220 เมกะวัตต์ … Continue reading ไฟฟ้าไซยะบุรี : ไร้ความเสี่ยง ด้วยสัญญา “ไม่ใช้ก็ต้องจ่าย” (Take or Pay)

Records from the Field Ban Chaung Coal Mine: Sleeping Dragon Awaked by Cross-border Mining Company

"Enormous coal is unearthed from the ground just like a sleeping dragon in the geothermal woken up to kill, slay, burn out and destroy the people. The coal does not kill the people by spurting out a fire, but more brutally, it swallows humans, animals, plants, and rivers." More than 7 years, Kon Chaung Gyi … Continue reading Records from the Field Ban Chaung Coal Mine: Sleeping Dragon Awaked by Cross-border Mining Company