เหมืองถ่านหินบานชอง: ความขัดแย้งครั้งใหม่ภายใต้การลงทุนข้ามพรมแดน

ภาพโดย : Jamon Sonpednarin เราเคยกลัวลูกปืน แต่ตอนนี้เรากลัวรถขุดดิน  คำกล่าวข้างต้นเป็นคำกล่าวของชาวบ้านโดยรอบเหมืองบานชองที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของบริษัทเมียนมาและบริษัทไทย โดยก่อนหน้าที่จะมีการเข้ามาดำเนินธุรกิจดังกล่าวในพื้นที่ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างกองกำลังทหารเมียนมาและกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง แต่หลังจากที่มีการลงนามหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย กอปรกับการส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลเมียนมา ทำให้พื้นที่ที่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยในพื้นที่นี้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญอย่างถ่านหินก็กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญของการลงทุนของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ การเข้ามาลงทุนของบริษัทไทยในกิจการเหมืองถ่านหิน จึงเป็นชนวนสำคัญของความขัดแย้งใหม่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หากแต่ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่สงครามเชิงอาวุธและการทหารเพื่อแย่งชิงพื้นที่การปกครอง แต่เป็นความขัดแย้งและการรุกรานของกลุ่มทุนที่เข้ามากอบโกยทรัพยากรและสร้างผลกระทบทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน ความเป็นมา เหมืองบานชอง เป็นเหมืองถ่านหินที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือบริเวณแม่น้ำบาน ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำตะนาวศรี ประเทศเมียนมา โดยตั้งอยู่ในเขตบานชอง บริเวณหมู่บ้านกะตอว์นี โดยเริ่มดำเนินการในปี 2555 หลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งในพื้นที่นี้ คือ กลุ่มชาติพันธ์กะเหรี่ยง ในนามสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ในปีนั้นรัฐบาลเมียนมามีนโยบายในการเปิดเสรีในด้านการรับการลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ต่าง ๆ พื้นที่นี้จึงตกเป็นเป้าหมายของนักลงทุน บริษัทที่ได้รับสัมปทานในขั้นต้น คือ บริษัท May Flower Enterprise Co, ltd. โดยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมาให้เข้าดำเนินการประกอบกิจการเหมืองถ่านหิน ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 บริษัท อีสต์ สตาร์ … Continue reading เหมืองถ่านหินบานชอง: ความขัดแย้งครั้งใหม่ภายใต้การลงทุนข้ามพรมแดน