Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

Introduction At present, Investors find the country attractive and opportunistic for their businesses. The energy and electricity sector is among many investors. As electricity is an important infrastructure for economic development, TTCL Public Company Limited (TTCL)[1] exemplifies an example of a foreign enterprise interested in investing in a business in Myanmar’s energy and electricity sector. … Continue reading Infographic: Coal-fired Power Plant Project Proposal in Ye Township, Mon State, Myanmar

จากน้ำตาสู่น้ำตาล ของโครงการสัมปทานที่ดินทางเศรษฐกิจเกาะกง: กรณีไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)

บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งปี 2519 เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานน้ำตาลและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาล โดยปี 2548 ออกหุ้นระดมทุนขายให้ประชาชนทั่วไป และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อ KSL โดยหันมาผลิตพลังงานทดแทน เช่นพลังงานไฟฟ้าชีวมวล และขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ คือ ลาว และกัมพูชา จุดเริ่มต้นของโครงการนี้นับมาจากบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) (KSL) โดยนายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่นฯ ทำหนังสือชี้แจงต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2549 เรื่องการลงทุนโครงการเพาะปลูกอ้อยและจัดตั้งโรงงานน้ำตาลในประเทศกัมพูชา ว่าบริษัทน้ำตาลขอนแก่นฯ และบริษัทย่อยจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในกัมพูชาเพื่อขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานน้ำตาล และขอพื้นที่สัมปทานเพาะปลูกอ้อย จำนวน 20,000 เฮกแตร์ (125,000 ไร่) ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา โดยเงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท น้ำตาลที่ผลิตได้ จะเป็นโควตาพิเศษ EBA (Every Things but Arms)  ที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายใน EU … Continue reading จากน้ำตาสู่น้ำตาล ของโครงการสัมปทานที่ดินทางเศรษฐกิจเกาะกง: กรณีไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)

การลงทุนข้ามพรมแดนนอกเงาความรับผิดชอบของรัฐ กรณีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง

สืบเนื่องจากแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศลาวคือการส่งออกไฟฟ้าจากเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนบนแม่น้ำโขง เพื่อส่งออกกระแสไฟฟ้าให้ได้มากขึ้น ซึ่งคู่ค้าหลักที่รับซื้อไฟฟ้าของประเทศลาวคือประเทศไทย ทำให้แม้กรณีพิพาทของเขื่อนที่สร้างไปแล้วคือ เขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง ยังดำเนินอยู่ไม่จบสิ้น แต่รัฐบาลลาวก็ยืนยันที่จะสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งต่อไป นั่นคือโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง (Pak Bang Dam) โดยทางการลาวได้เซ็นบันทึกความเข้าใจกับ กลุ่มบริษัท ต้าถังโอเวอร์ซีส์อินเวสต์เม้นต์ (Datang Overseas Investment) ในเดือน สิงหาคม 2550 เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนปากแบง และ เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่นั้น ผลการสำรวจศึกษาเบื้องต้นได้รับอนุมัติจากรัฐบาลลาวในเดือน มกราคม 2557 อายุสัมปทาน 30 ปี รวมทั้งระยะเวลาของการก่อสร้างโครงการ และมีบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป บริษัทลูกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยร่วมลงทุนด้วย[1] โดยจากเวทีแถลงข่าวผลการดำเนินธุรกิจปี 2558 ของ เอ็กโก เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2559 ระบุถึงสัดส่วนการร่วมทุนว่า บริษัท ต้าถัง อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จากประเทศจีน ถือหุ้น … Continue reading การลงทุนข้ามพรมแดนนอกเงาความรับผิดชอบของรัฐ กรณีเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง

เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา: เหมืองดีบุกขนาดใหญ่ใต้เงาการลงทุนของนักธุรกิจไทย

          เหมืองเฮงดา (Heinda Mine) เป็นเหมืองแร่ดีบุกขนาดใหญ่และมีอายุเก่าแก่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองทวายราว 45 กิโลเมตร มีพื้นที่สัมปทานประมาณ 5000 ไร่ หรือราว 2097 เอเคอร์ ตั้งอยู่ในเขตลุ่มน้ำตะนาว-ศรีตอนบน ในเมืองมยิตตา (Myitta) แคว้นตะนาวศรี ทางภาคใต้ของประเทศเมียนมา อยู่ห่างจากหมู่บ้านเมียวพิว (Myaung Pyo) ไปประมาณ 2 กิโลเมตร โดยหมู่บ้านดังกล่าวเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เหมืองและได้รับผลกระทบจากเหมืองมากที่สุด        หมู่บ้านเมียวพิว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เหมืองเฮงดามากที่สุดนั้น มีประชากรราว 500 คน มีจำนวนครัวเรือนราว 100 ครัวเรือน ชาวบ้านที่นี่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทวายที่มีอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ซึ่งชาวบ้านที่นี่ไม่ได้จัดให้ตนเองเป็นคนกลุ่มย่อยของชาวพม่าดังที่ทางการเมียนมาจัดกลุ่มไว้         ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เช่น ทำสวนทุเรียน หมาก มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ และยางพารา ชาวบ้านบางส่วนปลูกผักเพื่อขาย … Continue reading เหมืองแร่ดีบุกเฮงดา: เหมืองดีบุกขนาดใหญ่ใต้เงาการลงทุนของนักธุรกิจไทย

รายงานสรุปการประชุมการติดตามผลการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๐ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๒.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๗๐๙ ชั้น ๗ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[1] เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๐๐ น. เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน และฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานประธานการประชุม กล่าวเปิดและแนะนำการประชุม โดยมีความเป็นมาจากการติดตามผลการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของ กสม. ซึ่งเป็นการร่วมกันจัดระหว่างคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน และฐานทรัพยากร และคณะผู้ร่วมจัด ประกอบด้วย เสมสิกขาลัย กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และสมาคมพัฒนาทวาย และมีคณะผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วม ได้แก่ สุนี ไชยรส และ สฤณี อาชวะนันทกุล และมีคณะผู้แทนหน่วยงานที่เข้าร่วมต่างๆ หลังจากนั้นประธานฯ มอบสุนี ไชยรส ดำเนินรายการ สุนี ไชยรส กสม. ชุดที่หนึ่ง (2544-2552) ผู้ดำเนินรายการ … Continue reading รายงานสรุปการประชุมการติดตามผลการดำเนินงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย อันเกี่ยวเนื่องจากข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

Thailand Must Act on its Commitment to Business and Human Rights Regulations

Released at the Public Seminar on Thai Outbound Investment: Follow-up Meeting on Thailand’s Commitment to United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGP), organized by the National Human Rights Commission of Thailand and the Thai Extraterritorial Obligations-Watch Working Group (Thai ETO-Watch). September 11, 2017 - Bangkok We, the undersigned organizations and individuals, represent … Continue reading Thailand Must Act on its Commitment to Business and Human Rights Regulations