Research Report “Dawei Project’s Road Link: Hidden Costs from Project’s Impacts and Affected Communities’ Design Process to Handle and Solve Problems Caused by the Project”

The Road Link project in the Dawei Deep Seaport and Special Economic Zone (SEZ) project was proceeded since 2011 until now. This road has a length of 138 kilometers from the Dawei SEZ project to Phu Nam Ron Thai-Myanmar checkpoint in Kanchanaburi Province. Throughout the past, the project’s operation has caused environmental and social impacts … Continue reading Research Report “Dawei Project’s Road Link: Hidden Costs from Project’s Impacts and Affected Communities’ Design Process to Handle and Solve Problems Caused by the Project”

เปิดรายงาน “ถนนเชื่อมต่อโครงการทวาย: ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อนจากผลกระทบโครงการและกระบวนการออกแบบกลไกรับมือและแก้ไขปัญหาจากโครงการโดยชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ”

โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นโครงการที่ถูกดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ถนนเส้นนี้มีความยาว 138 กิโลเมตร จากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายไปยังบริเวณชายแดนไทย – พม่า ที่ด่านพุน้ำร้อน จ. กาญจนบุรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินโครงการได้สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมากต่อชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่โครงการ โดยในปัจจุบันผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด อีกทั้งในขณะนี้ทางรัฐบาลไทยโดยสำนักงานความร่วมมือเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กำลังทำหน้าที่สนับสนุนโครงการให้เดินหน้าต่อทั้งในด้านการเงินและด้านวิชาการ และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วก่อนแต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า โครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบทางตรงเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดผลกระทบสืบเนื่อง หรือ ต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน ที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการไม่ได้พูดถึง เช่น ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและค่าเสียโอกาสจากการสูญเสียแหล่งทรัพยากรของชุมชน นอกจากนั้นแล้วทางชุมชนที่ได้รับผลกระทบยังได้แสดงออกถึงความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นซ้ำและอาจซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่แล้ว ชาวบ้านมีข้อเรียกร้องให้ทางบริษัทผู้พัฒนาโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของไทยและพม่าเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะมีการดำเนินการใด ๆ ผ่านกลไก/มาตรการที่เรียกว่า “คณะกรรมการสามฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู เยียวยาผลกระทบจากโครงการถนนเชื่อมต่อในโครงการทวาย”   อ่านฉบับเต็มได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง ถนนทวายและต้นทุนที่ถูกซุกซ่อน3

Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River

Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River[1] The Chinese embassy spokespersons’s remarks on the “Mekong-related Media Report Targeting China” released on 5 July 2019 and the Mekong River Council (MRC)’s recent news release on the decreasing water flow from China’s Jinghong station on 3 July 2019 are not coincidental. They are, instead, … Continue reading Sound of the Wolf From the Headwaters of Lancang River

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง ยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง กรณีเขื่อนไซยะบุรี

วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า นางสาวเฉลิมศรี ประเสิรฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ผู้รับมอบอำนาจผู้ฟ้องคดี และนายชาญณรงค์ วงศ์ลา ผู้ฟ้องคดี ตัวแทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยขอให้ดำเนินการระงับ หรือชะลอการรับซื้อไฟฟ้าอันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนโครงการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามทำสัญญาซื้อไฟฟ้า กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ นส.เฉลิมศรี ทนายความ กล่าวว่าคดีนี้ เกิดจากวิกฤติน้ำโขงเหือดแห้งกระทันหันในช่วงเดือนนี้ โดยเฉพาะในเขตพรมแดนไทยลาว ท้ายน้ำจากโครงการเขื่อนไซยะบุรี ทำให้ประชาชนไทยที่อาศัยในชุมชนริมโขง ในจ.เลย หนองคาย และจังหวัดภาคอีสานอื่นๆ ที่ติดลำน้ำโขงได้รับผลกระทบ โดยในคำฟ้องระบุว่า เมื่อโครงการเขื่อนไซยะบุรีสร้างเสร็จแล้วจะปล่อยน้ำไหลผ่านในแต่ละวันเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า โดยไม่มีการกักเก็บน้ำไว้ ดังนั้นน้ำในลุ่มน้ำโขงจะเป็นปติตลอดทั้งปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม พบว่าืระดับน้ำท้ายน้ำจากเขื่อนลดลงอย่างกระทันทัน และส่งผลกระทบต่อ ปลา สัตว์น้ำ ระบบนิเวศ พืช และระบบประปาที่สูบน้ำโดยตรงจากแม่น้ำโขง พบว่าเมื่อมีประกาศว่ามีการดำเนินการทดลองผลิตไฟฟ้า ก็เกิดเหตุการณ์ปลาแห้งตายตามแก่ง แพสูน้ำประปาค้างริมตลิ่ง … Continue reading เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง ยื่นคำร้องคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง กรณีเขื่อนไซยะบุรี

ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี

จากเอกสารของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ที่เผยแพร่ให้สื่อมวลชนในการไปดูเขื่อนไซยะบุรี ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2562มีจำนวน 8 หน้า นับเป็นเอกสารที่แปลก ตรงที่ไม่มีการระบุชื่อเรื่องเอกสาร แต่เมื่ออ่านแล้วก็เข้าใจได้ว่า บริษัทฯต้องการบอกว่า เขื่อนไซยะบุรี เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลเข้าเท่ากับน้ำไหลออก ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับสถานการณ์น้ำโขงแห้งในภาคอีสานของไทย สาเหตุมาจาก เขื่อนจีนปล่อยน้ำมาน้อยประกอบกับปริมาณฝนที่ตกน้อยในรอบ 100 ปี พร้อมด้วยชุดข้อมูลอ้างอิงเรื่องน้ำโขง, น้ำฝน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในเอกสารทั้ง 8 หน้า ไม่ได้มีข้อมูลตัวเลขอัตราการไหลของน้ำโขง ที่ระบุให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า น้ำโขงไหลเข้าเท่ากับน้ำโขงไหลออกและมีข้อมูลหลายประการในเอกสารนี้ที่มีมุมมองในด้านที่แตกต่างออกไป ดังที่จะได้กล่าวถึงต่อไปนี้ น้ำโขงมาจากไหน? เอกสารฉบับนี้ ยอมรับโดยดุษฎีว่ามองจากจุดยืนบนสันเขื่อนไซยะบุรีว่า น้ำโขงไม่ได้มาจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังยอมรับด้วยว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ในจุดยืนเดียวกันกับคนที่แก่งคุดคู้ อ.เชียงคาน จ.เลย หรือที่หาดจอมมณี อ.เมือง จ.หนองคาย ก็ย่อมมองว่า “น้ำโขงที่มาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนและเขื่อนไซยะบุรีที่ส่งผลกระทบมากที่สุด” ได้เช่นกัน เพราะเป็นเขื่อนที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด  สาระสำคัญคือ บริษัทฯได้ยอมรับว่า “เขื่อน” เป็นปัจจัยสำคัญของการระบายน้ำมากหรือน้อย ซึ่งเขื่อนไซยะบุรีก็ไม่ได้มีข้อยกเว้นแต่อย่างใด Natural … Continue reading ดูน้ำโขงกันทีละหยด ไหลเข้า-ไหลออก ที่เขื่อนไซยะบุรี

เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง

เรื่องและกราฟิกโดย มนตรี จันทวงศ์ เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง[1] ข่าวคำแถลงของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ว่าด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวกับจีนในปัญหาน้ำแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม[2] ประกอบกับข่าวการแจ้งเตือนของ MRC เกี่ยวกับการลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง ในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา[3]  ย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นการวางจังหวะให้คำแถลงของสถานฑูตจีนในไทย  ให้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง โดยอ้างผลประโยชน์ที่คนลุ่มน้ำโขงตอนล่างจะได้รับ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี โดยเฉพาะการอ้างว่า “ฝ่ายจีนสร้างเขื่อนแบบขั้นบันไดตามแม่น้ำล้านช้าง เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอากาศ สถานีกำเนิดไฟฟ้าแบบขั้นบันไดนั้นปล่อยน้ำในหน้าแล้ง กักเก็บน้ำในหน้าฝน ซึ่งจะเป็นการ “ปรับลดน้ำท่วม เพิ่มน้ำหน้าแล้ง” ต่อแม่น้ำโขง หลังการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำที่ไหลออกนอกประเทศของแม่น้ำล้านช้างได้เพิ่ม 70% ในหน้าแล้ง และลดลง 30% ในหน้าฝนเมื่อเทียบกับสภาพแบบธรรมชาติเดิม ซึ่งได้ลดค่าเสียหายทางเศรษฐกิจของมวลประชาชนสองฟากฝั่งอันเกิดจากระดับน้ำแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงผิดปกติ” และอ้างถึง “เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้กับประชาชนในภูมิภาค เพื่อความร่วมมืออันดีในอนุภูมิภาคฯ” รวมทั้งถ้อยแถลงที่ผ่าน MRC ยังระบุว่า การลดการระบายน้ำของเขื่อนจินฮง จะไม่สร้างผลกระทบที่สำคัญต่อลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ผู้เขียนใคร่ขอแสดงทัศนะไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อคำแถลงของทางการจีนทั้งที่ผ่านสถานฑูตและMRC  ซึ่งเป็นการแถลงเข้าข้างตนเองเพียงฝ่ายเดียว ไม่ต่างกับนิทานหมาป่ากับลูกแกะ ด้วยเหตุผลดังนี้ ประการที่หนึ่ง จีนได้สร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงเขื่อนแรกคือเขื่อนม่านวาน มาตั้งแต่ปี 2536 … Continue reading เสียงของหมาป่าจากต้นน้ำหลานชางเจียง

“Giant Serpent” bites the way of life and people: Dawei Road Link and the change of the affected community

story and photos by Teerachai Sanjaroenkijthaworn   “Dawei Road Link” is one of the many sub-projects of Dawei Special Economic Zone (Dawei SEZ) which would open up Southeast Asia for foreign investment and industrial development at a scale never has been done before in the region. The aim is to attract foreign investors from outside … Continue reading “Giant Serpent” bites the way of life and people: Dawei Road Link and the change of the affected community