The Conclusion of Situation and Movement of the People, Civil Society and the relevant agencies in the implementation on the Cabinet Resolution.

The situation in which Thai capital expands into several countries in lower Mekong, as well as Myanmar and the performance, tends to increase without any mechanism to supervise. This situation brought about human rights violation by unaccountable investment in Cambodia, Lao PDR and Myanmar leading to environmental and social impacts such as the impact on … Continue reading The Conclusion of Situation and Movement of the People, Civil Society and the relevant agencies in the implementation on the Cabinet Resolution.

บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน

"ถ่านหินที่ถูกขุดขึ้นมาจากพื้นดินในจำนวนมหาศาล ไม่ต่างอะไรจากมังกรที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลใต้พิภพพร้อมที่จะเข่นฆ่า ประหัตประหาร แผดเผา ทำลายผู้คนให้มอดไหม้ หากแต่ถ่านหินนั้นไม่ได้คร่าชีวิตผู้คนด้วยการพ่นไฟออกมา แต่มันเลือดเย็นกว่านั้น ถ่านหินกลืนกินมนุษย์ สัตว์ป่า ต้นไม้ใบหญ้า และแม่น้ำลำธาร"  กว่า 7 ปีที่หมู่บ้านกุนชองยี หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยงคริสต์ ต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหมู่บ้านที่ไม่ใช่ภัยจากการสู้รบที่พวกเขาเผชิญระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังกะเหรี่ยง อันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์หลายทศวรรษ อันเปรียบเสมือนปีศาจตนหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่ต้องล้มตายจากการสู้รบ หรือแม้กระทั่งระหกระเหินออกจากถิ่นเกิดเมืองนอนไปอาศัยอยู่ ณ ที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือ เข้ามาประสบพบเจอกับชะตากรรมในต่างแดนอย่างประเทศไทย หากแต่เป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 504.8 เอเคอร์ หรือประมาณ 1262 ไร่ พื้นที่เหมืองถ่านหินบานชอง ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านกุนชองยี พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นพื้นที่ทำกินของชุมชนมาก่อน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทีมงาน The Mekong Butterfly ได้ร่วมเดินทางไปกับคณะนักเดินทางที่กำลังติดตามการดำเนินการของเหมืองบานชอง เหมืองถ่านหินที่ดำเนินการโดยบริษัทคนไทยในพื้นที่ชาวกะเหรี่ยง ภายใต้อิทธิพลทางอำนาจของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เพื่อติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลังจากที่เหมืองดังกล่าวเริ่มดำเนินการไปได้กว่า 7 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เมื่อมีการลงนามในสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท อีส สตาร์ จำกัด และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU โดยทาง … Continue reading บันทึกจากสนาม เหมืองบานชอง: มังกรหลับใหลที่ถูกปลุกโดยบริษัททำเหมืองข้ามพรมแดน

สรุปสถานการณ์และความเคลื่อนไหว จากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาครัฐในการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี

จากสถานการณ์การที่ทุนไทยขยายการลงทุนไปสู่ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างและเมียนมาซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และยังคงดำเนินการรุดหน้าต่อไปโดยไม่มีกลไกใดมากำกับดูแล ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการลงทุนที่ขาดความรับผิดชอบ ทั้งในกัมพูชา, ลาว และเมียนมา อันก่อให้เกิดผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น ผลกระทบต่อวิถีชีวิต การแย่งยึดที่ดิน และการใช้กำลังเพื่อไล่รื้อหมู่บ้านหรือชุมชน ชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้เรียกร้องถึงกรณีการถูกละเมิดตามสิทธิเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขและเยียวยาสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางต่างๆ มาโดยตลอด โดยช่องทางหนึ่งคือการร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุยชนแห่งชาติได้รับข้อร้องเรียนและทำการตรวจสอบการลงทุนข้ามแดนของไทยกรณีการลงทุนนอกเขตอำนาจอธิปไตยและความรับผิดชอบของรัฐไทย โดยจากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงได้ออกเป็นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อให้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) จากข้อเสนอแนะนี้ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีมีมติออกมาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2560 ที่รับรองให้เกิดมาตรฐานในการปฏิบัติตามหลักการของ UNGPs  และระบุให้มีการจัดตั้งกลไกหรือกำหนดภารกิจการกำกับดูแลการลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทยให้เคารพต่อหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนโดยนำหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (การปฏิบัติตามกรอบการคุ้มครอง เคารพ เยียวยา) ดังกล่าวมาเป็นกรอบในการดำเนินการของการลงทุนในต่างประเทศประกอบกับเมื่อครั้งการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นประธานในการลงนามปฏิญญาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ให้คำมั่นว่า รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐจะรักษาพันธสัญญาในการทำหน้าที่เพื่อให้ความเคารพ และคุ้มครองบุคคลและชุมชนจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และยังมีการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights (NAPs)) ซึ่งหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนนี้ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ … Continue reading สรุปสถานการณ์และความเคลื่อนไหว จากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาครัฐในการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี

Press Release: Displaced farmers from Cambodia filed a lawsuit against Mitrphol, the Sugar Giant for remedy and justice

Press Release: Displaced farmers from Cambodia filed a lawsuit against Mitrphol, the Sugar Giant for remedy and justice   The statement is submitted during the official visit of Mr. Dante Pesce and Professor Surya Deva, Member of the United Nations Working Group on Business and Human Rights, Mr. Robert Vaughan and Mr. Ulrik Halsteen to … Continue reading Press Release: Displaced farmers from Cambodia filed a lawsuit against Mitrphol, the Sugar Giant for remedy and justice

บทสรุปผู้บริหาร: “การลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

รายงาน “การลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน” เป็นการรวบรวมกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องการลงทุนข้ามพรมแดนของนักลงทุนไทยในภูมิภาคแม่น้ำโขง เพื่อชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการลงทุนและความบกพร่องในธรรมาภิบาลการลงทุนของนักลงทุนไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน ใน 9 กรณีศึกษา (จาก 12 กรณีศึกษา) ที่มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงช่องว่างหรือข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นตัวหนุนเสริมและเอื้อให้เกิดการลงทุนที่ละเลยต่อสิทธิของชุมชนในบริเวณพื้นที่โครงการ รวมไปถึงนำเสนอข้อเสนอแนะที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์จนส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนธรรมาภิบาลการลงทุนที่เป็นสากล ก้าวหน้า และคำนึงถึงสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนในลักษณะข้ามพรมแดน (ไร้พรมแดน) ที่เป็นรูปธรรมซึ่งได้รับการบรรจุเป็นกฎระเบียบ/ข้อบังคับที่ใช้กับการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น   หากจะกล่าวถึงการลงทุนของไทยในต่างประเทศนั้น อาจย้อนกลับไปถึงในช่วงทศวรรษ 1980 หรือราว พ.ศ. 2528 – 2532 โดยในช่วงนั้นการขยายตัวออกไปลงทุนในต่างประเทศมีอัตราการเติบโตที่สูงเนื่องจากการใช้นโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าของรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กอปรกับการเติบโตของลัทธิเสรีนิยมใหม่ นับแต่นั้นเป็นต้นมาการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาพบว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงของไทยในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มีมูลค่าสะสมตั้งแต่ 2548-2559 รวมกันราว 2.6 แสนล้านล้านบาท[1] โดยมีการลงทุนสะสมในกลุ่มประเทศอาเซียนมากที่สุด รองลงมาคือ ฮ่องกง, หมู่เกาะเคย์แมนส์, สาธารณรัฐมอริเชียส, สหรัฐอเมริกา, หมู่เกาะบริติช เวอร์จิน และอื่นๆ ตามลำดับ หากพิจารณาเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน … Continue reading บทสรุปผู้บริหาร: “การลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

Executive Summary: Thailand direct investment in the neighboring countries: adverse impacts to environment and communities, and human rights violation

The report entitled “Thailand direct investments in the neighboring countries: adverse impacts to environment and communities, and human rights violation” is the collation of transboundary investments and case studies in the Mekong region. The report examines accountability issues and patterns of Thai investments (and practices) in overseas investments, and adverse environment, social impacts and human … Continue reading Executive Summary: Thailand direct investment in the neighboring countries: adverse impacts to environment and communities, and human rights violation

แถลงการณ์จากการประชุมเจรจากับบริษัทต้าถังกรณีโครงการเขื่อนปากแบง เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง 17 มกราคม 2561

จากการประชุมเจรจาหารือระหว่างผู้แทนบริษัทต้าถัง(ลาว) เขื่อนไฟฟ้าปากแบ่ง จำกัด และตัวแทนภาคประชาชนริมแม่น้ำโขง เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมานั้น พวกเราได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องแม่น้ำโขงและวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำ เราเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำของ และแม่น้ำโขง  คำว่าแม่ในภาษาไทย ลาว เขมร แปลว่าเป็นผู้ให้กำเนิดของพวกเรา เป็นแม่น้ำของพวกเราทุกคน ไม่ใช่เฉพาะเชียงของ ปากแบง หรือของประเทศไทย หรือประเทศใด เพราะแม่น้ำโขงเป็นทรัพยากรข้ามพรมแดน ในการเจรจาและตัดสินใจใดๆ เราต้องเคารพถึงความคิดของแต่ละฝ่าย ทั้งพี่น้องชาวบ้านที่อาศัยเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิต ต้องคำนึงถึงทุกคนให้มีส่วนร่วม Inclusive Development และต้องเป็นการพัฒนาที่คำนึงถึงองค์ความรู้ Knowledge-based Development  เป็นฐานในการพัฒนาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ขอบคุณภาพถ่ายจาก: มูลนิธิแม่น้ำนานาชาติ) ในการประชุมดังกล่าว เราได้รับการติดต่อมาว่าจะเป็นการประชุมร่วมกับบริษัทจากจีน แต่ก็พบว่ามีตัวแทนของรัฐบาลลาว นำคณะเข้าร่วมด้วย คือ ดร.จันแสวง บุนนอง อธิบดีกรมนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน สปป.ลาว และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษา Norconsult ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเขื่อนปากแบง จากการประชุมครั้งนี้ พวกเรายืนยันว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับการศึกษา รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับแม่น้ำโขงทั้งลุ่มน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการสร้างเขื่อนทางตอนบนในจีน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีความจำเป็นที่จะต้องทบทวนการพัฒนา สร้างการคิดใหม่ … Continue reading แถลงการณ์จากการประชุมเจรจากับบริษัทต้าถังกรณีโครงการเขื่อนปากแบง เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง 17 มกราคม 2561