เสียงสะท้อนจากผู้คนในพื้นที่: โครงการถนนสองช่องทาง (แต่ประโยชน์ทางเดียว)

เมื่อไม่นานมานี้ ในวันที่ 29 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา รัฐสภาเมียนมาอนุมัติเงินกู้ผ่อนปรน 4,500 ล้านบาท(1) หลังจากรัฐบาลไทยได้เสนอให้รัฐบาลเมียนมากู้เงิน โดยให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA ในสังกัดกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่ปล่อยกู้ เพื่อปรับปรุงถนนสองช่องทางจากจุดผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยรัฐบาลเมียนมาออกมาประกาศว่าจะมีการเริ่มปรับปรุงถนนสองช่องทางในช่วงกลางปีนี้ และ ณ ขณะนี้ทางบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ในนามของบริษัท เมียนทวาย อินดัสเทรียล เอสเตทจำกัด ก็ได้ดำเนินการจัดทำร่างรายงานฉบับแก้ไขสำหรับการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม (Revised Draft Final Report for Environmental and Social Impact  Assessment: ESIA) ในส่วนของถนนสองช่องทางไปแล้ว อันแสดงถึงความชัดเจนว่าบริษัท อิตาเลียนไทยฯ มีความประสงค์ที่จะเดินหน้าในการก่อสร้างถนนสองช่องทางอย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่าเงินกู้ 4,500 ล้านบาทนี้ ทางรัฐบาลเมียนมาจะนำเงินในส่วนนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อว่าจ้างให้แก่บริษัทดังกล่าวปรับปรุงถนนสองช่องทาง ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาข้อตกลง 3 ฝ่าย และการได้สิทธิเป็นผู้พัฒนาโครงการทวายระยะแรกที่รวมถึงโครงการถนนสองเลนด้วย โดยการอนุมัติกู้เงินนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่และมีการตั้งคำถามจากภาคประชาสังคมมาตลอดว่าการอนุมัติเงินกู้ครั้งนี้ได้ยึดถือการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาจากการศึกษาวิจัยของสมาคมพัฒนาทวาย รวมทั้งการต่อต้านจากภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่ที่มีการสร้างถนนในช่วงที่บริษัท อิตาเลียนไทยฯ มีสถานะเป็นผู้พัฒนาโครงการนั้น … Continue reading เสียงสะท้อนจากผู้คนในพื้นที่: โครงการถนนสองช่องทาง (แต่ประโยชน์ทางเดียว)

Chain of Accountability: Xe Pian – Xe Num Noy Dam in Laos

The saddle dam on Xe Namnoy river in Attapeu province in southern Laos collapsed, releasing an immense volume of water of over 500 million cubic meters or nearly half of the dam capacity into the Xe Pian river basin and downstream to the Sekong river basin. Several thousands of Laotian residents are left to struggle … Continue reading Chain of Accountability: Xe Pian – Xe Num Noy Dam in Laos

ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

เหตุการณ์เขื่อนปิดกั้นช่องเขา ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนเซน้ำน้อย ที่ตั้งในแขวงอัตตะปือ ทางภาคใต้ของสปป.ลาว ได้แตกลงและทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 500 ล้านลูกบาศ์กเมตร หรือเกือบครึ่งหนึ่งของอ่างเก็บน้ำ ได้ไหลทะลักลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเซเปียน และต่อเนื่องถึงลุ่มน้ำเซกองตอนล่าง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนลาวหลายพันคนอยู่ในขณะนี้นั้น หลายฝ่ายเริ่มจับตามองไปยังบริษัทที่ร่วมลงทุนก่อสร้าง ธนาคารของไทยที่ให้เงินกู้ บริษัทที่ปรึกษา รวมทั้ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) ในฐานะผู้ซื้อไฟฟ้า และมีส่วนเป็นเจ้าของเขื่อนด้วยผ่าน บมจ. ราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนต้องอยู่ในห่วงโซ่ความรับผิดชอบตามแต่ละบทบาทหน้าที่ของตัวเองทั้งสิ้น แผนภูมินี้ ปรากฎในเวปของบริษัทไฟฟ้า เซเปียนเซน้ำน้อยจำกัด http://www.pnpclaos.com/index.php/en/about-pnpc/business-structure เริ่มด้วยความรับผิดชอบของการศึกษาและออกแบบสร้างเขื่อนของบริษัทที่ปรึกษา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดของการพยากรณ์ปริมาณฝน ไม่ว่าจะใช้คาบ 100 ปี 1000 ปี หรือ 10,000 ปี หรือขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตาม เพียงปีแรกที่กำลังจะเริ่มใช้งานก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ดังนั้นไม่ว่าขอบเขตจะกว้างขึ้นอีกเท่าใดก็ตามปริมาณน้ำฝนขณะนี้ก็อาจกลายเป็นสถานการณ์ที่ "เกินความคาดหมายการพยากรณ์" โช่ข้อต่อไป อยู่ที่สถาบันการเงินของไทย 4 แห่ง ที่เป็นผู้สนับสนุนเงินกู้ประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และโดยปกติธนาคารก็จะต้องตรวจสอบโครงการทั้งหมดในทุก ๆ ด้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องความสามารถในการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยจากโครงการ และการพิจารณาความเสี่ยงต่าง ๆ ที่โครงการจะไม่สามารถดำเนินการและชำระหนี้ได้ … Continue reading ห่วงโซ่ความรับความรับผิดชอบ :เขื่อนเซเปียน – เซน้ำน้อย

Book Launch Introduction for “Report on Thailand’s Foreign Direct Investment: Impacts on Communities, Environment and Human Rights Violation”

June 15, 2018, during the event “Mekong’s People and Resources under Uncertainty: Change? Adaptation? and Leaving No One Behind?” which was the 1st National Conference on Border Study and International Development held by Area-based-Social Innovation Research Center (Ab-SIRC), School of Social Innovation, Mae Fah Luang University, the ETO Watch Coalition had a chance to present … Continue reading Book Launch Introduction for “Report on Thailand’s Foreign Direct Investment: Impacts on Communities, Environment and Human Rights Violation”

บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

บันทึก ณ เดือนธันวาคม 2559   นับตั้งแต่ที่ฉันมาเยือนหมู่บ้านอันแตง (Andin) หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตภูเขาพะลึน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของเมืองเย รัฐมอญ ประเทศเมียนมา นั้น สิ่งที่ฉันรู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งคือ ความหลากหลายของระบบนิเวศที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้เป็นของขวัญและเงื่อนไขในการดำรงชีวิตของผู้คนที่น่ารักที่นี่ เหตุที่ฉันประทับใจก็เพราะว่าระบบนิเวศของที่นี่มีลักษณะที่หลากหลายและเด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนอย่างน่าทึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ห้าส่วนด้วยกันคือ  ภูเขา ทุ่งนา ป่าชายเลน หาดทราย และทะเล โดยเฉพาะในส่วนของภูเขานั้นมีระบบนิเวศอย่างหนึ่งที่โดดเด่น แปลกตา และดูเหมือนจะเป็นแหล่งรายที่สำคัญที่สุดขงคนที่นี่ นั่นคือ สวนหมาก สวนหมากที่นี่มีลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปคือมีต้นไม้ที่เกิดจากการเพาะปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละต้นมีขนาดผอมเพรียว แต่สูง และมีลูกหมากสีส้มสด อันบ่งบอกถึงความสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว แต่สวนหมากก็ใช่ว่าจะมีแต่หมากเสียเมื่อไหร่ ภายในสวนหมากยังมีพืชผักหลากหลายชนิดที่ถูกปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติขึ้นแซมอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ ส้มหลากชนิด สับปะรด ไผ่ ส้มโอ ต้นพริก และอื่น ๆ นั่นเป็นการบ่งบอกว่าผู้ที่อยู่อาศัยที่นี่ไม่ได้หวังพึ่งแต่เพียงหมากเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพจากพื้นที่สวนหมาก ให้กลายเป็นสวนส่วนผสม เพื่อดำรงความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัวและชุมชน  ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในหลาย ๆ ที่ที่ปลูกพืชในลักษณะผสมภายใต้การผลิตเชิงอุตสาหกรรมแบบนี้ หมากและผลไม้เหล่านี้สร้างคุณค่าทางอาหาร โภชนาการ และความมั่นคงในชีวิตของพวกเขามาอย่างช้านานจนถึงปัจจุบัน การปลูกหมากที่นี่ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างมาก เพราะหมากมีราคาสูงและมีความเสถียรของราคาในตลาดค่อนข้างมาก มากกว่าพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น … Continue reading บันทึกเสี้ยวส่วนควมทรงจำ – สวนหมากและโรงไฟฟ้าถ่านหิน: ความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันเข้ากันได้

Xaiyaburi’s Electricity: No Risk with “Take or Pay” Contract

5 years ago during the KASIKORNBANK Public Company Limited’s Annual General Meeting of Shareholders dated April 3, 2013, there was a shareholder questioning about the loan from KBank to Xaiyaburi Hydropower Project. Mr. Bantoon Lamsam, Chairman of the Board and Chief Executive Officer, explained that “the Xaiyaburi Hydropower Project hardly had any risk of getting … Continue reading Xaiyaburi’s Electricity: No Risk with “Take or Pay” Contract

บรรยายเปิดตัวหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในงาน “คนและทรัพยากรในลุ่มน้ำโขง ภายใต้ความไม่แน่นอน: การเปลี่ยนแปลง? การปรับตัว? และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง?” ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการระดับชาติด้านชายแดนศึกษาและการพัฒนาระหว่างประเทศ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดยศูนย์นวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทางคณะทำงานติดตามความรับผิดชอบการลงทุนข้ามพรมแดน (ETO Watch Coalition) ได้มีโอกาสนำเสนอหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน” ตัวแทนนำเสนอ นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร กล่าวว่าการจัดพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาที่สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมการลงทุนและธรรมาภิบาลการลงทุนของนักลงทุนไทยในครั้งนี้ก็เพื่อให้สังคมตระหนักถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มาพร้อมกับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ และมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เกิดการกำกับ ควบคุม ดูแลนักลงทุนไทยที่ออกไปลงทุนข้ามพรมแดนโดยภาครัฐ ซึ่งควรมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการกำกับ ควบคุม ดูแล ทั้งในเชิงกฎหมายและในเชิงกลไกต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้สรุปภาพรวมและความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้โดยแบ่งออกเป็น 6 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1) ภาพรวมการเติบโตของการออกไปลงทุนในต่างประเทศของทุนไทย รวมไปถึงปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการออกไปลงทุนโดยรัฐไทย และปัจจัยดึงดูดให้เกิดการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศกลุ่ม CLMV 2) รูปแบบการลงทุนของทุนไทยในต่างประเทศ 3) กรณีศึกษา 12 กรณีที่ทางกลุ่มติดตามอยู่ 4) … Continue reading บรรยายเปิดตัวหนังสือ “รายงานการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศ: ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน”